คำและวลีจากรัฐประหาร, หนังจีน, และนิมิตของ Yoda

 

รัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เป็นที่มาของการประดิษฐ์คำและวลีอันน่าประทับใจ

พิชญ์   พงษ์สวัสดิ์   มี  การเมืองระบอบ ลูกขุน/ลูกป๋าอุปถัมภ์ แบบประชาธิปไตย?(ล้อ การเมืองระบบพ่อขุนอุปถัมภ์แบบเผด็จการ งานคลาสสิคของทักษ์  เฉลิมเตียรณ ได้อย่างลุ่มลึก)

Etat de droit   มี แก๊งบารมีทรงธรรมนิยม กับ ประชาธิปไตยที่มีกองทัพเป็นผู้อนุบาล (ยอมรับตรงนี้ว่า เคยเอาไปดัดแปลงเป็น ระบบประชาธิปไตยอันมีขุนศึกเป็นผู้อภิบาล)

สมศักดิ์  เจียมธีรสกุล  มี ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์อันมีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง (ลองเทียบกับการพยายามจงใจให้กลับหัวกลับหางกับ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข)

ธงชัย  วินิจจะกูล  มี อภิชนาธิปไตยขบวนสุดท้าย

ยังมิรวมถึงการทำให้คำว่า อำมาตยาธิปไตย กลับสู่บรรณพิภพ  ทั้งๆ ที่คำนี้กำลังจะถูกแช่แข็งไว้แต่ในตำราเรียนเท่านั้น 

ผมยืมคำเหล่านี้ไปใช้แบบตรงๆ และประยุกต์ตามแต่โอกาสในคำโปรยท้ายชื่อ MSN

บวกกับความอึดอัดคับข้องใจในบางคราวที่คิดใช้โปรยเองบ้าง

ครั้งหนึ่งใช้ว่า  ล้างอำนาจนิยมด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จ สูตรสำเร็จที่เราต้องการ !?”   เพราะท่าทีการใช้อำนาจของรัฐบาลทั้งก่อนและหลังรัฐประหารช่างมีลักษณะตรงตามนั้นจริงๆ

ครั้งหนึ่งใช้ว่า  ทัพสวรรค์ปราบเห้งเจีย ทัพตั๋งโต๊ะช่วยเลนเต้ ทัพแปดธงของแมนจู…ล้วนกองทัพธรรม

เพราะตัวอย่างการใช้อำนาจเหล่านั้น ไม่มีครั้งใดเลยที่จะไม่อ้างว่า ใช้กำลังไปเพื่อความถูกต้อง  แปลกันซื่อๆ ว่า มีความชอบธรรมที่จะใช้กำลังเข้าจัดการ (สิ่งที่ตนคิดว่าเป็น) ปัญหา   แปลให้ลึกกว่านั้นได้ว่า ธรรมอยู่ในมือข้า ข้าเท่านั้นจึงเป็นผู้ชี้ขาดได้ว่าอะไรคือปัญหาและชี้ขาดวิธีแก้ปัญหา

เห็นได้ว่า การใช้กำลังและอ้างความชอบธรรม มีตั้งแต่ในเทพนิยายอย่างไซอิ๋ว มาจนสมัยสามก๊ก   แม้แต่ทัพแปดธงอันเกรียงไกรของแมนจูซึ่งเคยใช้ข้ออ้างประเภท กองทัพธรรม (เพื่อปราบยุคเข็ญในตงง้วน แต่สามารถฆ่าล้างเมืองได้อย่างเลือดเย็น!!!) ฉันใด   จนปี ๒๕๕๐ ยังคงมีคนใช้วิธีอธิบายดังกล่าวอยู่ฉันนั้น

เป็นที่น่าเวทนา เพราะโลกที่เราคิดว่าน่าจะเป็นอารยะมากขึ้นแล้ว แต่ข้ออ้างในการใช้กำลังมิได้สุนทรีย์ขึ้นสักเท่าไรเลย

สุดยอดของการปรุงแต่งเห็นจะเป็นคำ ทหารของพระราชา ซึ่งซ่อนความนัยของ กองทัพธรรม เอาไว้ครบถ้วน แถมรวบเอาอุดมการณ์รัฐ-ชาติแบบมาตรฐานไทยๆ แฝงไว้ด้วย 

ถ้าเป็นครีเอทีฟโฆษณาต้องเรียกว่า สอบผ่านฉลุย  เพราะสโลแกนโดนใจผู้บริโภค สั้นกระชับแต่สื่อความคิดรวบยอดได้ดียิ่ง   มิไยต้องกล่าวด้วยว่า ผู้หลักผู้ใหญ่ ท่านได้ออกมาทำการตลาดให้แก่ไอเดียนี้ก่อนแล้วอย่างมิเห็นแก่เหน็ดเหนื่อย ด้วยปาฐกถา จ๊อคกี้ อันลือเลื่อง

ถึงตรงนี้ผมเองเคยคิดจะสรรหาคำโปรยประเภท ขันทีหัวขาว มาใช้อยู่เหมือนกัน  แรงบันดาลใจมาจากหนังจีนอีกนั่นแหละ  เพราะหนังจีนอิงประวัติศาสตร์ปลายราชวงศ์หมิง มักจะไม่ยอมพลาดบทบาทคลาสสิคของบรรดาขันทีหัวขาว

พระพันปี เล้าเก้ง  ในกระบี่ไร้เทียมทานภาคสอง (หรือ ยอดยุทธจักรมังกรฟ้า ไป่เปียว, หวีอันอัน, ว่านจื่อเหลียง แสดงนำ)

เว่ยจงเสียน ในนางพญาผมขาว (ล่าสุดของค่าย TVB มี ไช่เส้าเฟิน แสดงนำ)

และ มหาขันที เฉาฮั่วฉุน ในศึกสองนางพญา (หมีเซี้ยะ, หวีอันอัน, เดวิด เจียง, หลิวสงเหยิน)

และที่ช่างเหมือนกันเสียเหลือเกินไม่ว่าเรื่องไหน คือ ฉากประดาขันทีอิทธิพลสูงเหล่านี้ขยันเอ่ยอ้างความจงรักภักดี และฉากนำราชโองการฮ่องเต้ไปล้างบางศัตรูทางการเมือง  (ย้ำ! นี่คือฉากในหนังจีน) 

ความจงรักภักดีในหนังจีนจึงถูกใช้เป็นเกราะกำบังสำหรับผู้แขวนมันไว้ที่ปาก และเป็นอาวุธซัดใส่ฝ่ายตรงข้ามไปพร้อมๆ กัน  (บอกแล้วว่านี่ดูมาจากหนังจีน!!!)

ในโลกของความเป็นจริง ใครเล่าจะเหิมเกริมถือเอาพระบารมีมาใช้เป็นเครื่องมือได้ ?

มองในมุมกลับ การที่ข้ออ้างซึ่งเก่าแล้ว ประเภทใช้มาตั้งแต่คราวกบฎบวรเดช หรือสฤษดิ์ก็เคยใช้  แต่ยังอุตส่าห์มีคนน้อมรับฟังอย่างรื่นหูในพ.ศ. นี้  สะท้อนว่ารสนิยมคนฟังจำนวนมากเองยังพร้อมจะรับสิ่งนั้น  คงไม่ต้องพูดถึงความหลากหลายทางอุดมการณ์ รสนิยมทางการเมืองที่เปิดกว้าง และเสรีภาพในความเชื่อ ที่แทบจะเป็นหมันไปเสียหมด 

และเมื่อดูจากข้ออ้างความชอบธรรมต่างๆ ที่ใช้ในการทำรัฐประหารแล้ว เหมือนว่าเราคงต้องอยู่กับสภาพที่ถูกกดดันให้ยอมรับรสนิยมซึ่งก่อตัวจากอุดมการณ์รัฐ-ชาติแบบมาตรฐานไทยๆ ไปอีกนาน   

สำหรับผู้ที่รู้ตัวว่าเป็นกบฎต่อวิธีคิดและอุดมการณ์รัฐ-ชาติแบบมาตรฐานไทยๆ ท่านจะได้เป็นคนส่วนน้อยไปอีกนานเช่นกันครับ

Master Yoda มักจะพูดว่า “The Dark Side clouds everything” ใครบอกหน่อยว่า ยามเอ่ยนั้น ท่านไม่ได้กำลังจับจ้องมาที่เมืองไทย !?

 

หมายเหตุ   ใครที่พอสนิทกับผมคงทราบดีว่า ผมเป็นคนบ้าหนังจีนขนาดไหน   ข้อเขียนชั้นนี้เขียนเสมือนหนึ่งการเปิดหัวข้อสนทนาบนพื้นฐานความสนใจส่วนตัว บวกกับความต้องการจะนำเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่เคยคิดเอง (ส่วนมากเป็นการเหน็บ) และที่เคยประทับใจจากข้อเขียนของท่านอื่นๆ (ส่วนมากเป็นสาระ) ในเรื่องของการรัฐประหาร มารวบรวมไว้ ซึ่งแม้ผ่านมาจนถึงตอนนี้ก็มิได้รู้สึกว่าการกดขี่ทางอุดมการณ์นั้นเบาบางลงเลย   ทั้งนี้ จบด้วย Master Yoda เพราะ Star Wars เป็นอีกหนึ่งความลุ่มหลงของผม….หวังว่านี่จะเป็นการเริ่มต้นที่ดีในการมี blog กับเขาบ้าง

Advertisements
ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s