สามัคคีที่อึดอัด

 
อีก 1 วันจะตัดสินคดียุบพรรค  ยังคงได้ยินแต่ข่าวแผนรับมือที่ออกมาจากฝ่ายทหารและการเตรียมหาทางออกของพรรคการเมือง  แต่ไม่มีข่าวการแสดงความคิดเห็นในหมู่ประชาชนมากนัก
 
ส่วนหนึ่งเข้าใจได้ว่า คงมีความยำเกรงต่อคำวินิจฉัยของศาล (ไม่อยากแสดงความคิดเห็น เดี๋ยวหน้าแตก…และไม่มีสื่อหน้าไหนถามด้วย)
 
ผมดูโฆษณาสามัคคีที่มีประธานคมช. เป็น presenter มาสักพักใหญ่แล้ว  ไม่ทราบว่ามีชื่อเรียกเฉพาะหรือไม่  แต่คงผ่านๆ ตากันบ้าง คือโฆษณาที่มีฉากเมืองไทยอันสงบสวยงามน่าอยู่ในบรรยากาศต่างๆ แล้วท่านออกมาพูดว่า สามัคคีกันเถอะครับ บ้านเมืองเราจะได้น่าอยู่อย่างนี้ตลอดไป….
 
เป็นความรู้สึกที่มีมานานแล้วว่า ทำไมบ้านเมืองเราช่างอ่อนไหวกับการแตกสามัคคีเหลือเกิน
 
อาจจะเป็นอิทธิพลของแบบเรียนประวัติศาสตร์คร่ำครึรึเปล่าหนอ?  ตั้งแต่เด็กๆ เราจะเจอบทเรียน (ทางประวัติศาสตร์) ว่ากรุงศรีอยุธยาแตกเพราะ 1) พม่ายกทัพมาเยี่ยงโจร มิใช่ทัพกษัตริย์ เห็นไทยอ่อนแอจึงฉวยโอกาส 2) คนไทยแตกสามัคคี 
 
ไม่ทราบว่าสมัยนี้เขายังสอนกันอย่างนี้หรือไม่ แต่จากการอ่านมากขึ้นพอเป็นที่ทราบว่า ข้อแรกเรื่องยกทัพมาเยี่ยงโจรนั้นตัดไปได้ ทัพพม่าซึ่งมาในคราวเสียกรุงครั้งหลังนั้น มีการวางแผนโดยตรงมาจากพระเจ้ามังระ (กษัตริย์สั่งมา) และเป็นศึกต่อเนื่องมาจากสมัยของพระเจ้าอลองพญา (เขาอยากตีให้ได้นานแล้วไม่ใช่ฉวยโอกาส)
 
ส่วนข้อสอง คงยากจะพิสูจน์ด้วยการย้อนเวลากลับไปทำโพลล์ชาวกรุงศรีอยุธยาก่อนกรุงจะแตก ว่าเห็นอะไรไปในทิศทางเดียวกันรึเปล่า?
 
แต่โปรดดูหลักฐานแวดล้อม ขบวนการบั่นคอเพื่อชิงและรักษาบัลลังก์อยุธยานั้นมีนับไม่ถ้วน จนวัดโคกพระยาแทบไม่ต้องเหงา  หรือในการปราบดาภิเษกหลังแผ่นดินพระเจ้ากรุงธนบุรี ผมอ่านพบจำได้ว่ามีการประหารขุนนางเก่าหลายคนตามระเบียบ  เลยเดาเอาว่า ต่อให้คนไทยตอนใกล้จะกรุงแตกเคยได้แตกสามัคคี ก็คงมิใช่สถานการณ์ที่เป็นเอกเทศจนไม่เหมือนใคร (uniqueness) ขนาดสั่นคลอนจนกรุงแตก เห็นๆ อยู่ว่า ยุคสมัยใกล้เคียงได้ปรากฏการแตกแยกชิงอำนาจกันเป็นปกติ
 
แต่จนแล้วจนรอด จะด้วยอะไรดลบันดาลก็ตาม จนถึงบัดนี้บ้านเมืองยังคงอ่อนไหวกับการแตกสามัคคี
 
ทหารออกมารัฐประหาร หนึ่งในเหตุผลคือ เกิดความแตกแยกเป็นฝักเป็นฝ่ายอย่างไม่เคยปรากฏและจะนำไปสู่การนองเลือด  จนถึงวันนี้ ยังได้ยินคนพูดว่า ดีที่ทหารออกมาทำให้ไม่แตกสามัคคีกันไปกว่านี้  พูดราวกับว่า หลังคืนวันที่ 19 ก.ย. ทุกคนเปลี่ยนไปมีความคิดความเห็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างฉับพลันก็ไม่ปาน
 
ในมุมกลับกันมีการวิพากษ์วิจารณ์เช่นกันว่า เป็นไปได้อย่างไรที่ พอทหารออกมาปุ๊บ คนที่เคยเห็นด้วยกับรัฐบาลเก่าจะเปลี่ยนความคิดในทันที ถ้าเขาเคยได้ประโยชน์ใดๆ หรือชอบนโยบายใดๆ เขาคงไม่เปลี่ยนใจเพียงเพราะเห็นทหารออกมาแน่ๆ  แต่ที่เกิดความสงบเรียบร้อย จนเหมือนว่าสังคมไปในทิศทางเดียวกัน เพราะอำนาจปืนและประกาศคปค. ต่างหาก  หรือไม่ก็เงียบเพราะกลัวกระแสช่วงปรากฏการณ์ส่งข้าวส่งน้ำหน้ารถถัง
 
ความคิดเห็นที่แตกต่างและไม่สามัคคีย่อมมีอยู่เสมอ เพียงแต่มีช่องทางให้มันแสดงตัวหรือไม่
 
แต่โฆษณาเจ้าปัญหาที่ผมยกมานั้นแสนจะให้บทสรุปที่ง่ายดายนัก คือ แค่สามัคคีกันเท่านั้นแหละท่านเอ๋ย บ้านเมืองเราจะสวยสงบน่าอยู่ดั่งภาพในโฆษณา
 
มันแทบจะง่ายเหมือนเวลาพระเวสสุกรรมสร้างเมืองในรามเกียรติ์ คือ เนรมิตมันออกมาแบบจะๆ   นี่ก็ราวกับว่าสามัคคีแล้วสังคมจะน่าอยู่ราวกับเนรมิตขึ้นเสียอย่างนั้น
 
ไอ้สามัคคีแบบที่เขาพูด สำหรับผมคือ สามัคคีที่อึดอัด  สามัคคี-สมานฉันท์ ในแบบที่ยอมต่ออำนาจของคมช. แล้วที่เหลือคมช. จะนำทางท่านไปเอง  ส่วนจะนำไปไหน ไม่ต้องถาม (ถึงถามเขาไม่ฟังเสียอย่าง) เชื่อเหอะว่าพาไปยังปลายทางที่ดี
 
ตอนผมเรียนประวัติศาสตร์ภูมิปัญญาอเมริกัน ก่อนสงครามกลางเมืองมีการสู้รบทางภูมิปัญญา โดยปัญญาชนฝ่ายใต้ซึ่งสนับสนุนการมีทาสได้สร้างปรัชญาแบบที่ทำให้การมีทาสมีความชอบธรรมและไม่ขัดกับหลักของธรรมชาติ แต่จบด้วยสงครามกลางเมือง
 
ปัจจุบัน ใครๆ ย่อมรู้ว่าคนสหรัฐฯ มีทั้งที่นิยมในพรรครีพับลิกันและเดโมแครต บางทีในบ้านเดียวกันสมาชิกครอบครัวยังชอบไม่เหมือนกัน หรือพวกกองเชียร์ฟุตบอลอังกฤษที่อยู่เมืองเดียวกันแต่มีทีมรักคนละทีม
 
เลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสที่ผ่านมา ผู้สมัครแต่ละฝ่ายมีฐานสนับสนุนของตน มีฐานความนิยมทางการเมืองที่ต่างกัน
 
ถ้าว่ากันเรื่องการเมือง ประเทศไหนๆ คงมีความเห็นที่แตกต่างกันทั้งนั้น….ยังไม่เห็นมิใครฉิบหายลงไปเพราะความที่คนคิดไม่เหมือนกัน
 
ก่อนวันตัดสินยุบพรรคจึงมีแต่ข่าวเน้นหนักเรื่องการสกัดกั้นกลุ่มต่างๆ ที่เดินทางเข้ากรุงซึ่ง (ในทัศนะของฝ่ายรัฐ) อาจมาก่อความวุ่นวายได้  แต่ไม่มีสื่อที่กล้าหาญไปถามความเห็นคนที่จะเดินทางเข้ามาสักนิดว่า เขาอยากแสดงจุดยืนทางการเมืองอย่างไรจึงเดินทางมา  ทั้งที่เราชอบให้ชาวบ้านสนใจและมีส่วนร่วมทางการเมืองมิใช่หรือ?
 
สามัคคีแบบที่ ต้องเห็นดีเห็นงามกับสิ่งที่ท่านว่าไว้แล้วว่าดีงามเท่านั้น มันจึงคับแคบและน่าอึดอัดเสียนี่กระไร  เป้าหมายคือไปเป็นประเทศที่มีเสียงเดียวเป็นเอกภาพยิ่งอย่างรัฐบาลหารพม่านั่นกระมัง
 
สามัคคีตามอุดมคติของผม อาจเริ่มจากความแตกต่าง ถกเถียง และหาข้อสรุป หากสรุปไม่ได้ต้องเคารพในความแตกต่างนั้น ทุกความเห็นควรจะมีพื้นที่และได้รับการเคารพ-ปกป้องจากสมาชิกในสังคม ภูมิปัญญาพึงงอกงามจากการถกเถียง มันจะแปลกอะไรที่คนจะมีความนิยมชมชอบไม่เหมือนกัน  ในโลกมีลัทธิและ Schools of Thought ตั้งมากมาย ไม่เห็นใครมันจะมีใครขาดใจตายเพราะการดำรงอยู่ของความแตกต่างเหล่านี้
 
เมื่อมาถึงจุดที่ต้องต่อสู้และเจรจาเพื่อผลประโยชน์แล้ว สามัคคีย่อมไม่ใช่ยาวิเศษเสมอไป เรามาถึงยุคที่มีม้อบต้านเขื่อน ม้อบเกษตรกร สมัชชาคนจน กลุ่มคนวันเสาร์ นักวิชาการกลับใจ ชนชั้นสูงผู้ไม่พิสมัยระบบรัฐสภา ฯลฯ  ยังไม่ควรอีกหรือที่จะรู้จักทะเลาะกันอย่างผู้ใหญ่ที่มีเหตุผลเสียที  สามัคคีจะเป็นคำตอบสุดท้ายได้อย่างไรภายใต้สภาวการณ์ที่ซับซ้อนเพียงนี้แล้ว
 
สำคัญสุด จะแน่ใจได้อย่างไรว่า การอ้างสามัคคีไม่ใช่มีเพื่อค้ำจุนกลุ่มอำนาจเดียว แล้วกดขี่กลุ่มอำนาจ-กลุ่มผลประโยชน์อื่นไว้ ด้วยอุดมคตินั้น
 
สำหรับผม สังคมที่เห็นพ้องกันไปเสียทุกเรื่องคงมีได้แต่ สังคมเผด็จการเต็มขั้น (คิดต่างจากฉัน เธอลองกินลูกตะกั่ว) หรือสังคมที่มอมเมาอย่างสุดฤทธิ์ (คิดต่างจากฉัน เธอจะไม่กล้าออกจากบ้านเพราะตัวเธอจะไม่เหมือนคนอื่น) เท่านั้น 
 
แต่โปรดอย่าลืม มีอิศรญาณภาษิตบทหนึ่งว่าไว้ "ของสิ่งใดเจ้าว่างามต้องตามเจ้า  ผู้ใดเล่าจะไม่งามตามเสด็จ"
 
 
หมายเหตุ ทีแรกว่าจะแค่เขียนสั้นๆ เรื่องโฆษณา แต่ต้องพาลมาเรื่องการเมืองอีกจนได้ คงเพราะการเมืองแบบที่ว่ามา คือตัวอย่างอันดีของสามัคคีแบบที่ท่านขุนทหารอยากเห็น (แปลว่าพร้อมใจกันเงียบ) ลงท้ายเลยไม่อาจพ้นเรื่องการเมืองไปได้
Advertisements
ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s