เทพชัย กับ Syllogism : ยืมหอกสนองคืนผู้ใช้

 
วิวาทะระหว่างเทพชัย หย่อง และสมัคร เป็นที่โจษขานพอควรในหมู่เว็บไซต์และเว็บบอร์ดฝ่ายต่อต้านรัฐทหาร  ผมเพิ่งได้มาตั้งใจดู clip อย่างจริงๆ จังๆ เอาวันนี้ 
 
เทพชัยถามสมัครว่า มีจุดยืนหรือไม่ เพราะตอนรัฐประหารหลัง 6 ตุลา 2519 สมัครเข้าร่วมเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลที่มาจากรัฐประหาร แต่ตอนนี้กลับค้านรัฐประหารต้านคมช.
 
คุณสมัครย้อนกลับไปว่า แล้วคุณเทพชัยกับเนชั่นนี่ไม่เปลี่ยนบ้างเหรอ  เทพชัยบอกว่า จุดยืนตนไม่เคยเปลี่ยน
 
วิธีถามโง่ๆ แบบเทพชัยนี้ ไม่ควรจะหลุดออกมาจากปากสื่อมืออาชีพเลย เพราะเป็นการถามที่ "ลดความหมาย" ของเหตุการณ์ ละทิ้งบริบทอื่นทั้งหมด แล้วยัดเยียดข้อหาให้เอาง่ายๆ 
 
ทั้งที่จริงแล้ว 6 ตุลา มีบริบทของมัน ความขัดแย้งมีรากเหง้าจากอะไร พัฒนาการของสังคมตอนนั้นอยู่ถึงขั้นไหน แล้วรูปการณ์ลงเอยแบบที่เห็นกันได้อย่างไร ทุกประเด็นเป็นสิ่งที่ต้องอธิบาย  แต่เทียบไม่ได้เลยกับ 19 กันยา เอาแค่ประเด็นเรื่องพัฒนาการของทุนนิยมไทยสองยุคนี่ก็ต่างกันลิบแล้ว establishment ของสถาบันแวดล้อมกษัตริย์ก็ต่างกัน เรียกได้ว่าบริบทต่างกันทุกๆ อย่าง…ดันเอามาวางคู่กันแล้วถามแบบมักง่าย
 
ตอนผมเรียนประวัติศาสตร์ตะวันตก อาจารย์ผมเคยสอนเรื่องสำนักคิดสาย Organic ในโลกตะวันตก  วิธีวิทยาประการหนึ่งของสำนักนี้ คือ syllogism มีคนแปลไทยว่า ตรรกวิทยาสองสัณฐาน (ไม่เกี่ยวกับ เพลงกระบี่สองสัณฐาน…หนึ่งในหกสุดยอดวิชาบู๊ตึ๊งนะครับ) มันเป็นการใช้ตรรกะกันเช่นไร?
 
วิธีการแบบนี้ คือ การเปรียบเทียบ ครับ   เช่น ตรรกะแรกมีว่า "สิ่งมีชีวิตต้องกินอาหาร"  ตรรกะต่อมามีว่า "คนกินอาหาร"  เอามารวมกันได้ข้อสรุปว่า "คนเป็นสิ่งมีชีวิต"  ทีนี้เราลองเปลี่ยนคนเป็นหมาบ้างจะได้ว่า "สิ่งมีชีวิตต้องกินอาหาร" + "หมากินอาหาร"  สรุปว่า "หมาเป็นสิ่งมีชีวิต"  ซึ่งอาจจะสรุปต่อไปได้อีกทอดว่า "หมา (เป็นสิ่งมีชีวิต) เหมือนคน"
 
แน่นอนว่า ทุกคนรู้ดีว่าคนและหมาเป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนกัน แต่ถามว่า เราได้ประโยชน์จากการเทียบเคียงนี้สักเท่าไรกันเชียว? เพราะย่อมรู้ๆ กันอยู่ว่า เรื่องราวของคนมันซับซ้อนกว่าหมามากมายนัก  อย่างน้อยประวัติศาสตร์ความขัดแย้งของคนน่าจะมีมากกว่าหมา
 
กลับมาที่วิธีของเทพชัย เทพชัยใช้ว่า "หลัง 6 ตุลาเกิดรัฐบาลของคณะรัฐประหาร" + "หลัง 19 กันยาเกิดรัฐบาลของคณะรัฐประหาร" = "6 ตุลา (เกิดรัฐบาลของคณะรัฐประหาร) เหมือน 19 กันยา"  แล้วเอามากล่าวหาสมัครว่า ไร้จุดยืน เพราะหนหนึ่งเคยร่วมในรัฐบาลแบบนั้น แต่หนหลังกลับต้านรัฐบาลที่มีรูปแบบเดียวกัน
 
ถ้าเทพชัยคิดด้วยตรรกะตื้นๆ แค่นี้ ด้วยตัวอย่างแรกของผม เทพชัยซึ่งเป็นคนก็ไม่ต่างอะไรจากหมา หากเอามิติเรื่องการกินอาหารมาพิจารณาแต่ถ่ายเดียว….6 ตุลา กับ 19 กันยา ซึ่งมีมิติอื่นๆ ต่างกันอีกมากมาย ถูก "ลดความหมาย" เหลือเพียงมิติเดียวว่า นำไปสู่รัฐบาลแต่งตั้ง แล้วเอามาใช้วัดจุดยืนของผู้คนได้กระนั้นหรือ?
 
ถ้าผมถามเทพชัยและเครือเนชั่นแบบเดียวกันบ้างล่ะ
 
"รสช. เป็นระบอบทหารเป็นใหญ่" + "คมช. เป็นระบอบทหารเป็นใหญ่" = "รสช. (มีทหารเป็นใหญ่) เหมือนคมช."  แล้วเอามากล่าวหาเนชั่นว่า ไร้จุดยืน เพราะ หนหนึ่งต่อต้านระบอบทหาร แต่หนหลังกลับเชียร์และเอาประโยชน์จากระบอบทหาร
 
แต่ผมไม่คิดจะถามเนชั่น เพราะผมสนใจมิติต่างๆ อย่างรอบด้านเพียงพอ ผมรู้ว่าหลังพฤษภาทมิฬ เกิดทีวีเสรี ITV ด้วยอุดมการณ์ใด เนชั่นเข้าไปหากินกับ ITV ได้พักหนึ่ง แต่ต้องแยกวงออกมาเพราะอะไร จากนั้นเนชั่นมาตั้งเนชั่นแชแนลเองเจอภาวะขาดทุนอย่างไร สมัยรัฐบาลทักษิณเนชั่นโดนบีบเพียงใดและยิ่งขาดทุนเพราะอะไร เนชั่นไม่เอาทักษิณเพราะผลประโยชน์ขัดกันและไม่ยอมลงให้กัน  ไล่เรียงมาจนเนชั่นลืมตาอ้าปากได้ตอนนี้ ได้ดิบได้ดีจากระบอบทหาร พิธีกรเนชั่นมาร่วมสังฆกรรมกับททบ. 5 ออกหน้าออกตาเพียงไร….ทั้งหมดนี้มากพอจะรู้ว่า เนชั่นหันมาหาทหาร เพราะเขาเจอศัตรูที่รับมือยากกว่าทหาร ศัตรูที่ทำให้เขาอดอยากปากแห้ง
 
ธุรกิจย่อมเป็นธุรกิจ ธุรกิจเลือกสนับสนุนระบอบที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจตนมากกว่าก็เป็นเรื่องเข้าใจได้  แต่เมื่อต้องดิ้นรนทางธุรกิจ มันเลี่ยงไม่ได้ที่ตัวเองจะต้องเปลี่ยนจาก โค่นทหาร ตั้งทีวีเสรี (ปี 2535) มาเป็น เชียร์ทหาร เพื่อจะได้ออกทีวีอย่างเสรี (ปี 2550)….เพราะสมัยทักษิณผองเราไม่ได้ออกทีวีชัดๆ เลยล่ะ (แห่ะ แห่ะ ยังไม่นับว่าขาดทุนบักโกรกด้วยนะ)  อธิบายเท่านี้ก็เข้าใจแล้ว ไม่ต้องไปอ้างอุดมการณ์สื่อเสรีหรืออุดมการณ์ประชาธิปไตยให้วุ่นวายหรือเพิ่มราคาตนเองด้วยซ้ำ
 
ผมคิดว่า ถ้ามีใครไปประณามเนชั่นเรื่องจุดยืนห่วย (โค่นทหาร มาสู่ เชียร์ทหาร)  เนชั่นจะต้องอ้างว่าไม่ยุติธรรมแน่นอน อาจจะพร่ำไปถึงว่า ทหารรสช. เลว แต่ทหารคมช. กู้ชาติ ขออย่ามองแค่ว่าเป็นทหารเหมือนๆ กันแล้วสรุปเอาตื้นๆ ง่ายๆ
 
ฉันใดก็ฉันนั้น หากไปว่าคุณสมัครว่า จุดยืนห่วย (เคยร่วมรัฐบาลแต่งตั้ง มาสู่ ต่อต้านรัฐบาลแต่งตั้ง)  คุณสมัครเขาอาจจะไม่มีเวลาพอให้โต้ตอบ แต่สาธุชนย่อมรู้อยู่ว่า รัฐบาลแต่งตั้งในสองบริบทที่กล่าวมา มันคนละเรื่องเลย…ใครเลยจะมองตื้นๆ แค่ว่า มีที่มาจากการรัฐประหารเหมือนกัน
 
นี่จึงเป็นการใช้ประวัติศาสตร์อย่างมักง่ายและแย่ที่สุด สักแต่ว่าพูดเพื่อให้ argument ของตนฟังดูดี แต่ที่จริงตื้นเขินและเอาแต่ได้ยิ่งนัก
 
ซือแป๋ผมกล่าวไว้หนักกว่านี้ เพราะระบุเลยว่า เทพชัยดัดจริต  เนชั่นผ่าน 6 ตุลา มาแบบซ้ายกว่านี้  แต่พอจะสู้กับทักษิณเพื่อลืมตาอ้าปาก กลับเอาวิธีเลวๆ แบบฝ่ายขวามาใช้อย่างไม่ละอาย  แถมกล้าประกาศอีกว่าจุดยืนตัวเองไม่เคยเปลี่ยน (ดู http://www.sameskybooks.org/board/index.php?s=562fb2162685dff783a9bb53c4bf2685&showtopic=4187)
 
…อย่าลืมว่า กระบวนท่าง่ายๆ เช่นนี้ เมื่อท่านใช้ออกได้ ผู้อื่นย่อมรู้จักใช้เช่นกัน
Advertisements
ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s