ศักดินากระอัก…สมัครมา

 
หากย้อนกลับไปวันที่ 19 กันยายน 2549 แล้วมีใครเสนอว่าว่า การรัฐประหารในวันดังกล่าวจะเกิดผลพวงคือการขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของคนชื่อ สมัคร สุนทรเวช….เชื่อว่าคงไม่มีใครคาดคิด ใช้ภาษาแบบนิยายจีนกำลังภายในต้องเรียกว่า "..กระทั่งฝัน ยังฝันไม่ถึง"
 
เพื่อนร่วมงานที่อาวุโสกว่ารายหนึ่งซึ่งเกลียดทักษิณ (รวมถึงผลผลิตทุกอย่างที่โยงกับทักษิณ) พาดหัว MSN ว่า "ขอลาออกจากความเป็นคนไทยชั่วคราวได้ไหมนี่"  เดาว่าคงแสดงความอับอายทีบ้านเมืองได้นายกแบบนี้  อนึ่ง เมื่อคราวรัฐประหาร เพื่อนร่วมงานอาวุโสผู้นี้ประกาศตัวว่า "Welcome บิ๊กบัง" 
 
ตอนนี้เชื่อว่าพวกศักดินา-นิยมเจ้าคงอับอายแบบเดียวกับเพื่อนร่วมงานอาวุโส คือ รู้สึกอับอายที่มีคนอย่างสมัครเป็นนายก (ปากเสีย สุดโต่ง หยาบคาย ไร้ฝีมือ ฯลฯ) แต่ประเด็นที่น่าสนใจมีอยู่ว่า ในทางกลับกัน ผมพบเห็นคนบางกลุ่มที่เคยหยิบยกความอับอายตรงข้าม คือ เคยอับอายในยามที่ประเทศเกิดรัฐประหารและมีนายกแต่งตั้ง ไม่เหมือนนานาอารยประเทศ
 
คำถาม คือ ภาวะความแปลกแยกทางอุดมการณ์ซึ่งต่างฝ่ายต่างสุดขั้วเช่นนี้ (คือ ไม่เอานายกแบบที่อีกฝ่ายชื่นชม) มีมายาวนานไม่น้อยแล้วและก็ยังคงอยู่จนวันนี้  จึงยืนยันสมมติฐานที่ว่า รัฐประหาร 19 กันยา (ซึ่งสูญเปล่ายิ่งนัก) นั้น มิได้หยุดความแตกแยกของบ้านเมือง  สิ่งที่หยุดลงตรงนั้น (ไม่ว่ามันคืออะไรก็ตาม) คือ การใช้อำนาจและปืนบังคับให้ฝ่ายที่ไม่เห็นพ้องกับคนที่ถือปืนต้องเงียบอย่างไร้ทางตอบโต้
 
แต่เมื่อโลกมันเปลี่ยนไปแล้ว แม้พลังศักดินา-อำมาตยาธิปไตยจะเชิญตนเองมาออกแบบระบบการเมืองให้ฝ่ายตนเองมีปริมณฑลทางอำนาจที่แผ่กว้างขึ้น แต่นั่นมิอาจทำได้มากดังตั้งใจ  ช่วยไม่ได้นี่ครับ โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ไปกว่า 50 รอบแล้ว นับแต่วันที่จอมพลผ้าขาวม้าแดงทำรัฐประหารปี 2500 ….อะไรๆ ย่อมไม่เหมือนเดิม
 
ก่อนจะไปไกลในการวิพากษ์วิจารณ์ศักดินา ที่จริงผมตั้งใจจะบันทึกข้อคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับ "ฝันที่เป็นจริงของคุณสมัคร" ว่าที่มาที่ไปมันคืออะไร  ดังนั้น หนนี้คงแค่แขวะๆ ศักดินาบ้างหากเนื้อหามันพาไป
 
ฝันที่เป็นจริงของผู้อาวุโส คือ คุณสมัคร ในหนนี้ จะว่าไปถือเป็น Irony เพราะ คุณสมัครที่เพิ่งโดนพลังศักดินาสายขุนศึกเล่นงานจนต้องยุติรายการโทรทัศน์ไปได้ไม่ถึง 2 ปี ด้วยข้อหา หมิ่นป๋า (ซึ่งโดยกฎหมายเอาผิดไม่ได้ แต่โดยกฎหมู่มันจาบจ้วงในหัวจิตของศักดินาสายขุนศึกกับสายผู้ดีจ๋าอย่างทนไม่ได้ที่สุด) กลับมาได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบริหารของประเทศเสียได้ (ซึ่งพวกศักดินา โดยเฉพาะศักดินาสายผู้ดีจ๋า ไม่อยากจะยอมรับอยู่นั่นเอง)….เป็นการได้มาด้วยการลงมือเปลี่ยนประเทศด้วยน้ำมือกองทัพเสียเองด้วยสิ
 
พูดง่ายๆ สมัครได้ประโยชน์จากการรัฐประหารโค่นทักษิณ ทั้งที่จริงเกือบจะจบชีวิตการเมืองอยู่แล้ว แนวร่วมรัฐประหารเกลียดสมัคร แต่การกระทำของตนกลับเอื้อประโยชน์ให้สมัครอย่างคาดไม่ถึง
 
ว่ากันเป็นประเด็นๆ ได้ว่า
 
1. สมัครเป็นกระบอกเสียงให้ทักษิณ ผลประโยชน์ไปในทางเดียวกันเพราะทั้งคู่ไม่ชอบเปรม  สมัครโดนเล่นงานหนักเพราะบรรดาลูกป๋าตบเท้าไม่พอใจคราวที่สมัครออกมาต่อว่าเปรมที่หนุนกองทัพให้กระด้างกระเดื่องกับทักษิณ (ซึ่งไม่ใช่กิจขององคมนตรี…ใครที่บอกว่าป๋าไม่ยุ่งการเมือง ไม่ทราบว่าจะเถียงข้อเท็จจริงเรื่องนี้อย่างไร?) การเล่นงานสมัครคราวนั้น ทั้งขุนศึกน้อยใหญ่ พันธมิตรฯ ที่นำโดนสนธิ ลิ้ม ประสานเสียงกันเอาใหญ่ โดยอาศัยบรรยากาศเสี้ยมเขาควายให้ชนกันในขณะนั้นซึ่งพวกเขากำลังจับทักษิณชนกับสถาบัน  เกิดความฮือฮา ด้วยมีการปกป้องป๋าถึงขั้นว่า การหมิ่นหรือวิจารณ์ป๋าเป็นเรื่อง "ไม่บังควร"….ผ่านมาสองปี เมื่อสมัครจะก้าวสู่ตำแหน่งนายกหนนี้ไม่มีใครกล้าลำเลิกเรื่องนี้เลย  คำวิจารณ์สมัครส่วนมากไปในทางบุคลิกลักษณะส่วนตัวของเขาซึ่งมีมาแต่ไหนแต่ไร  แต่เรื่องเคยจาบจ้วงป๋านั้น ไม่มีขุนศึกหน้าไหนกล้านำมาเป็นเครื่องต่อต้านสมัครสักคน
 
ในข้อนี้เราได้บทสรุปว่า การชนะเลือกตั้งทำให้ขุนศึกไม่กล้ากร่างใช้ข้อหาพล่อยๆ นี้อีก เพราะหากโจมตีหัวหน้าพรรคเสียงข้างมากด้วยข้อหาลมๆ แล้งๆ อย่างจาบจ้วงป๋า  คงรู้ตัวสิว่ายากจะหาทียืนได้ เพราะคงโดนชาวบ้านด่าแหลกแน่นอน เลยต้องทำเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น (ทั้งที่ตอนนั้นจะเป็นจะตายราวกับใครมาแช่งชักบุพการี)  และชี้ให้เห็นว่า ฝ่ายศักดินา (ทั้งสามสาย – สายขุนศึก. สายอำมาตยาธิปไตย, และสายผู้ดีจ๋า) ไม่กล้าเล่นเกมเดิมอีก ซึ่งอาจเพราะความเสี่ยงในการดึงป๋าไปผูกกับสถาบันสูงสุดด้วย
 
2. มีคนบอกว่าทักษิณเลือกสมัครเพราะ ต้องการใช้ภาพขวาจัดของสมัครมาปิดปากฝ่ายศักดินาทั้งสามสาย จะชั่วดีต้องถือว่าเดินหมากได้ทันกัน  เพราะโดยบุคลิกของการเป็นคนรู้เรื่องโบราณ มีบรรพบุรุษรับราชการ เคยรับใช้เบื้องสูงมาก็ไม่ได้เป็นที่เคืองพระยุคลบาท บวกกับการแสดงแนวคิดที่ขวาจัดมาตลอดชีวิตการเมือง ผมมองว่านั่นเป็นการตัดสินใจรบที่ชาญฉลาดมากของทักษิณ  คุณศุภลักษณ์ กาญจนขุนดี ใช้คำว่า "ในทางอุดมการณ์แล้ว สมัครกับพันธมิตรประชาชนเพื่อรัฐประหาร พูดภาษาเดียวกัน" มันจึงโจมตีกันไม่ลง  
 
แต่ที่ผมมองเห็นเองอีกประการคือ สมัครเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่พร้อมจะชนกับเปรม เหตุเพราะสมัครไม่เกรงบารมีเปรม จะด้วยวัยวุฒิหรือเพราะเล่นการเมืองมาก่อนเปรม ตลอดจนเล่นการเมืองในยุคที่เปรมครองเมือง ก็ตาม  สมัครวิจารณ์เปรมว่าทำเรื่องนอกเหนือหน้าที่องคมนตรี เพราะสมัครไม่มีวิธีคิดแบบที่ว่า "เปรมได้รับการแต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัย เปรมคือคนที่ได้รับเลือก ตำหนิเปรมจึงเท่ากับตำหนิคนเลือกเปรมด้วย" ความชัดเจนข้อนี้ คือ สมัครแยกเปรมออกจากสถาบันสุงสุดอย่างชัดเจนเด็ดขาด  ในวงนักการเมืองจะหาใครที่กล้าแบบนี้ได้ ท่ามกลางกระแสปลาบปลื้มราชาชาตินิยมครองเมือง ….ความรู้แจ้งในประเด็นนี้ กล่าวได้ว่า สมัครมีมากกว่าปัญญาชนหรือนักวิชาการอีกหลายคน   จุดนี้ทำให้สมัครได้เปรียบในเรื่องความกล้า กล้าประกาศว่าทักษิณได้เครื่องราชฯ ชั้นเดียวกับตน จะไม่จงรักภักดีได้อย่างไร และกล้าชี้กราดใส่ฝ่ายตรงข้ามทักษิณว่าเอาเรื่องความจงรักภักดีมาเล่นงานเขาผิดๆ
 
ในข้อนี้เราได้บทสรุปว่า ทักษิณอ่านเกมได้ดี นอกจากหาฝ่ายขวามาช่วยตนแล้ว ต้องเป็นฝ่ายขวาที่กล้าปะทะกับยอดปิรามิดของกลุ่มศักดินา (คือเปรม) ด้วย  เปรมซึ่งดำรงตนประหนึ่งสัญลักษณ์ของศักดินาและเป็นที่บูชาของศักดินามาตรฐานทั้งสามสาย  ผมเคยใช้คำว่า เปรมคือสามัญชนที่ก้าวขึ้นสู่ยอดปิรามิดของศักดินาไทย (ในตำแหน่งประธานองคมนตรี) เพราะเขาเป็นสามัญชนที่ได้รับความไว้วางใจจากกษัตริย์และถือว่าใกล้ชิดกษัตริย์อย่างที่สุดแล้ว พวกไม่แม่นทฤษฎีจึงไม่กล้าแตะเปรมในบรรยากาศแบบทุกวันนี้  ส่วนสมัคร เขาอาจจะเป็นศักดินานอกคอกเพียงคนเดียวที่ไม่บูชาเปรมเป็น role model แต่ จะอย่างไรเนื้อแท้ของสมัครยังเป็นศักดินาอยู่นั่นเอง นึ่จึงเป็นสิ่งที่ทักษิณต้องการนำมาใช้และใช้ได้สำเร็จ  โปรดสังเกตว่า วันนี้ สนธิ ลิ้ม เจ้าของสโลแกน "เราจะสู้เพื่อในหลวง" ผู้ประกาสตัวเป็นลูกแกะที่ดีของพ่อนั้น โดนศาลพิพากษาเข้าซังเตไปเรียบร้อยแล้ว ข้อหาสร้างความแตกแยกและใช้สถาบันเพื่อประโยชน์ทางการเมือง แต่สมัครที่เคยโดนโจมตีอย่างหนักเพราะจาบจ้วงเปรมกลับกลายเป็นนายกรับมนตรีแถมได้เสียงส่วนใหญ่ในสภาเป็นเกราะกำบัง
 
มีติดใจอยู่นิดเดียวคือ ศักดินาสายผู้ดีจ๋า โดยเฉพาะกลุ่มสตรีสูงศักดิ์ที่ปวารณาตัวเป็นข้าพระบาททุกชาติไป และเคยร่วมกับสนธิ ลิ้ม เลี้ยงฉลองโค่นทักษิณสำเร็จเนี่ย  พวกป้าๆ จะตอบลูกหลานยังไง หากต้องให้ความกระจ่างเรื่องคำพิพากษาที่มีต่อสนธิ ลิ้ม ….เพราะถ้า สนธิ ลิ้ม ใช้สถาบันเป็นเครื่องมือ  ป้าๆ ซึ่งเป็นหางเครื่องให้ลิ้ม ก็ดิ้นแทบจะไม่หลุด
 
3. ทักษิณซึ่งอยู่ในภาวะจนตรอก เปรียบเหมือนแม่ทัพที่มีกำลังทัพอันเกรียงไกรแต่ออกรบไม่ได้ เขาต้องขอขุนพลเฒ่าอย่างสมัครมาเป็นแม่ทัพแบบออกหน้าออกตาแทน  ขณะเดียวกันสมัครก็เหมือนกับขุนพลแก่ที่ไม่มีกำลังทัพของตน ได้แต่ยืมกำลังทัพใหญ่หลวงของคนอื่นไปรบ   ประเด็นหนึ่งที่พูดกันมากตอนพรรคพลังประชาชนชนะเลือกตั้ง คือ ทักษิณจะให้สมัครเป็นนายกจริงๆ หรือ? มันเหมือนกับว่าให้ขุนพลแก่ที่มาอาศัยกำลังทัพของคนอื่นรบไปนั่งบัลลังก์  มีคำร่ำลือประเภทว่า อาจจะให้หมอเลี้ยบนั่งแทน โดยพยายามโยงเรื่องสมัครจะโดนคดีความทั้งหลายที่พัวพันมาตั้งแต่เป็นผู้ว่ากทม. แต่จนแล้วจนรอด สมัครก็ได้เป็นนายกซึ่งคงมีไฟเขียวจากทักษิณด้วย
 
ผมคิดว่าบรรหารคงเสียดายอยู่ลึกๆ ที่ตีตัวออกห่างทักษิณอย่างรวดเร็วและทำตัวประจบทหารจนเกินไป ผมยังจำได้ที่บรรหารให้สัมภาษณ์ว่า ด้วยความสามารถอย่างพล.อ.สนธิ บัง เล่นการเมืองได้แน่ๆ หากเล่นตนพร้อมจะยกให้เป็นหัวหน้าพรรคชาติไทยเลย  หรือการประจบประเภท "จะไม่ทำให้ผู้ใหญ่ที่นับถือมา 30 ปีผิดหวัง" ซึ่งวันนี้ทุกคนก็เห็นแล้วว่าอะไรเกิดขึ้น  ผมคิดว่าปฏิกิริยาของบรรหารที่กล่าวมา สะท้อนถึงความมั่นใจในกำลังของฝ่ายคมช. มากจนเกินไป  บรรหารคงมาคิดได้ว่า หากยังไว้ไมตรีกับทักษิณและไม่ประจบจนน่าหมั่นไส้ขนาดนั้น บรรหารอาจจะอยู่ในข่ายที่ได้เป็นตัวเลือกให้เป็นนายกสำหรับทักษิณก็ได้  ดังที่เราได้ยินมาตลอดว่า บรรหารหวังโอกาสเป็นนายกคนกลาง เพราะช่วงก่อนเลือกตั้งมีการเสนอมุมมองประเภทที่ว่า ต่อให้พลังประชาชนชนะจริงๆ ทักษิณจะไม่กล้าเอาสมัครเป็นนายก และคงไม่ให้ประชาธิปัตย์ตั้งรัฐบาล จึงอาจจะต้องมาเชิญบรรหารเป็นแทน…วันนี้เห็นแล้วว่าการกล้าเอาสมัครเป็นนายกนั้น มิได้อยู่เกินกว่าจินตนาการจะไปถึง
 
ในข้อนี้เราได้บทสรุปว่า ทักษิณนั้นเป็นคนกล้าให้ คือ สมัครมาออกหน้าให้ตนในยามจนตรอกแล้ว เมื่อมาถึงจุดนี้ก็ต้องให้เขาเป็น  หากไม่ให้เป็นผลเสียจะตกกับทักษิณเอง ด้วยคนจะครหาว่า ใช้สมัครสู้ในการเลือกตั้งเท่านั้น พอพรรคชนะก็ถีบหัวส่ง เข้าทำนองเสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล  ในขณะเดียวกันพวกที่เคยตีตัวออกห่าง (อาทิ บรรหาร) ก็จะต้องเสียดายว่า ทักษิณกล้าให้ ถ้าไม่ใช่ทิ้งเขาไปก่อนอาจจะได้ดีกว่านี้  บางรายคิดได้ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งแล้ว เพราะแม้จะตั้งพรรคการเมืองเองก็รู้ตัวว่า ในการหาเสียงในภาคอิสานยังต้องยืมชื่อทักษิณไปใช้ ซึ่งเรื่องทำนองนี้มีมาแล้ว
 
ปัจจัยทั้งหลายทั้งปวงมารวมกันจนทำให้ฝันของคุณสมัครเป็นจริง แม้จะไม่สง่างามนักเพราะยืมกำลังคนอื่นชิงแผ่นดิน แต่ยังไงย่อมดีกว่าเกษียณชีวิตการเมืองในตำแหน่งส.ว. กทม. และมันช่วยไม่ได้ในเมื่อคุณสมัครมีคุณลักษณะบางประการที่หาได้ยากและตรงความต้องการของคุณทักษิณ (ดังที่ได้หยิบยกมา)   ผลการเลือกตั้งได้ตบหน้าคมช. และพันธมิตรประชาชนเพื่อรัฐประหารไปแล้วหนหนึ่ง  ภาพคุณสมัครรับพระบรมราชโองการก็ทำเอาพวกศักดินา (ทั้งสามสาย) แทบจะต้องเอาตีนก่ายหน้าผาก ถามตัวเองว่า "ไอ้ที่กูต่อสู้มา มันมาลงเอยยังงี้ได้ยังไง?"  หากคุณสมัครนั่งควบตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมด้วย (ถึงตอนนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด) จะเป็นการตบหน้ากลุ่มพลังศักดินา-อำมาตยาธิปไตยอีกครั้ง อยู่ที่ว่าทักษิณจะต้องการสะใจอีกครั้งหรือไม่
 
แต่ก่อนเคยได้ยินแต่ว่า "ชวนมา ชาวนาตาย" ผมคิดว่าประโยคสั้นๆ นี้ ช่างแฝงแง่มุมที่ประจานทุกมุมของประชาธิปัตย์ ทั้งแนวนโยบายเศรษฐกิจเสรีนิยมใหม่สุดขั้ว วลี "ล้มบนฟูก" ก็มาจากนโยบายรัฐบาลประชาธิปัตย์ การมีฐานเสียงในหมู่คนเมือง การไม่แคร์ฐานเสียงที่มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจจากการทำนาเพราะด้วยภูมิภาคนิยมจึงยึดหัวหาดแต่ภาคใต้   จึงไม่แปลกที่คุณชวนเป็นของแสลงของคนจนจำนวนมาก
 
เมื่อม่านสำหรับศักดินาและฝ่ายขวาปิดลง สปอร์ตไลท์จับไปที่ศักดินานอกคอก (ของแสลงของชาวศักดินามาตรฐาน) แทน
 
ในยุคของแสลงใหม่นี้ ผมจึงเล่นคำจาก "ชวนมา ชาวนาตาย" ว่า "สมัครมา ศักดินากระอัก"…..แต่ด้วยสัมผัสสระที่บังเอิญคล้องจองกัน
 
จะบอกว่า "ศักดินากระอัก…สมัครมา" ก็ได้จังหวะจะโคนไปอีกแบบครับ
 
หมายเหตุ
 
1. ส่วนที่ผมอ้างอิงคุณศุภลักษณ์ กาญจนขุนดี มาจากบทความคุณศุภลักษณ์ที่เพิ่งเผยแพร่ลงเว็บประชาไท http://www.prachatai.com/05web/th/home/11036 ผมเปิดอ่านเมื่อเช้าวันที่ 31 มกราคม 2551  ขอชื่นชมคุณศุภลักษณ์ที่มีบทวิเคราะห์อันเฉียบคม (โดยเฉพาะในการปอกเปลือกพวกพันธมิตรฯ) ออกมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่รัฐประหาร 19 กันยา
 
2. เช้าวันเดียวกันนั้น ผมเจอกระทู้ในเว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน เกี่ยวกับเพลง "ป๋าไม่ยอมเปลี่ยนแปลง" http://www.sameskybooks.org/board/index.php?showtopic=5498 ขอชื่นชมความสามารถทางภาษาและการสร้างอารมณ์ขันของผู้แต่ง
 
Advertisements
ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s