25 ปี มังกรหยก 1983

 

 
ปี 2551 เป็นปีที่ภาพยนตร์โทรทัศน์เรื่องมังกรหยก อายุครบ 25 ปี นับจากเริ่มออกฉาย (เริ่มปี 2526) ผมกำลังหมายถึงมังกรหยกซึ่งสร้างโดยบริษัท TVB ภาษาอังกฤษใช้ชื่อ Legend of the Condor Hero – 1983 (ครบ 25 ปีในปี 2008) ซึ่งถือกันว่ามีความคลาสสิกมากที่สุด และเพื่อไม่ให้สับสนกับฉบับอื่นๆ ผมขอใช้คำว่า มังกรหยก 1983
 
ในแง่ประวัติศาสตร์สังคม นี่ย่อมช่วยเห็นความเป็นอนิจจังของการเสพสื่อบันเทิง เพราะในยุคหนึ่งภาพยนตร์จีนทางโทรทัศน์ถือเป็นวัฒนธรรมนำเข้าหลักของสังคมไทย ก่อนที่เกาหลีจะมาแทนที่และดาราจีนกลายเป็นที่รู้จักของคนกลุ่มน้อยเท่านั้นดังเช่นปัจจุบัน
 
ด้วยความยิ่งใหญ่ของมังกรหยก คนจำนวนมากได้รู้จักก๊วยเจ๋ง-อึ้งย้ง, หวงเย่อหัว-องเหม่ยหลิงขึ้นแท่นพระเอก-นางเอกหมายเลข 1 ของ TVB, และในสมัยนั้น เด็กๆ ผู้ชายยังเล่นต่อสู้กันเลียนแบบหนังกำลังภายใน วิชาบังคับที่ทุกคนต้องนำมาใช้ในการสัปประยุทธ คือ 1) พลังไหมฟ้าของฮุ้นปวยเอี๊ยง กับ 2) สิบแปดฝ่ามือสยบมังกรของก๊วยเจ๋ง 
 
 
องเหม่ยหลิง (อึ้งย้ง) – หวงเย่อหัว (ก๊วยเจ๋ง) และบรรยาการการถ่ายทำ
 
ตำนานของมังกรหยกมีอยู่มาก เช่น เพลงประกอบภาพยนตร์มังกรหยกนั้นไพเราะเอามากๆ ช่วงต้นของทศวรรษ 1980 TVB สร้างหนังแต่ละเรื่องเพลงประกอบไปเพราะจับใจทั้งนั้น ผมยังเปิดฟังจนทุกวันนี้ , ตัวประกอบอื่นๆ ในเรื่องใช้นักแสดงที่คุณภาพและน่าประทับใจ เช่น เหมียวเฉียวเหว่ยในบทเอี้ยคัง เจิงเจียงในบทอึ่งเอี๊ยะซื้อ ฉินหวงในบทจิวแป๊ะทง หรือหลิวตันในบทอั้งชิกกง  แต่ที่เป็นตำนานมากที่สุด คือ องเหม่ยหลิง ผู้รับบทอึ้งย้ง สมัยเด็กผมดูมังกรหยกด้วยความประทับใจ ชอบอึ้งย้งมากเพราะองเหม่ยหลิงสวยมากๆ เป็นนางเอก TVB ในดวงใจเลยก็ว่าได้  (สำหรับนางเอก TVB ผมชอบ องเหม่ยหลิง หลีเหม่ยเสียน และหลิวเจียหลิง ตามลำดับ)
 
องเหม่ยหลิง ในบท อึ้งย้ง
 
องเหม่ยหลิงจบชีวิตตนเองเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2528 (1985) เชื่อกันว่าเป็นการฆ่าตัวตายเพราะผิดหวังในความรักกับทังเจิ้นเยี่ย  ความโศกเศร้านั้นไม่ต้องบรรยาย จำได้ว่าผมเห็นภาพองเหม่ยหลิงนอนไร้ชีวิตจากนิตยสารดาราจีนที่บ้านคุณย่า ใจยังไม่อยากเชื่อว่าเขาตายแล้ว 
 
มีความเห็นทำนองว่า น่าเสียดายที่องเหม่ยหลิงจบชีวิตอย่างรวดเร็ว (2 ปีหลังมังกรหยก) ในช่วงที่ชีวิตการแสดงกำลังรุ่งโรจน์ที่สุด  ภาพยนตร์ TVB เรื่องสุดท้ายที่องเหม่ยหลิงได้ร่วมแสดงและถ่ายทำสมบูรณ์คือเทพบุตรทรนง (The Rough Ride) เล่นคู่กับเหลียงเฉาเหว่ย  และตอนที่เธอเสียชีวิตภาพยนตร์ที่กำลังถ่ายทำค้างอยู่คือศึกสองแผ่นดิน (The Battle Field)

ด้วยเหตุนั้น องเหม่ยหลิงจึงไม่ได้ร่วมแสดงในเรื่องขุนศึกตระกูลหยาง (The Yang’s Saga – 1985) ซึ่งผลิตขึ้นในโอกาสวันเกิด TVB ประกอบกับช่วงนั้นเป็นยุคทองของ TVB จึงมีการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้โดยรวมดารา TVB มาเล่นอย่างคับจอ  5 พยัคฆ์ TVB (5 Tigers) ร่วมแสดงทุกคน (หวงเย่อหัว หลิวเต๋อหัว เหมียวเฉียวเหว่ย เหลียงเฉาเหว่ย และทังเจิ้นเยี่ย)   มีข้อสังเกตด้วยว่าทังเจิ้นเยี่ยซึ่งมีส่วนทำให้องเหม่ยหลิงฆ่าตัวตายนั้น ไม่ได้รับบทเด่นเพราะไม่ได้อยู่ในพี่น้องตระกูลหยางเหมือนกับอีก 4 คน

 
ความที่องเหม่ยหลิงได้รับการยอมรับยาวนานว่ารับบทอึ้งย้งได้น่ารัก น่าเอ็นดู และสมบทบาทที่สุด ทำให้ยากที่ดาราหญิงอื่นๆ จะแทนที่ได้  TVB สร้างมังกรหยกอีกครั้งในปี 2537 (1994 – ทิ้งช่วงถึง 11 ปี) จูอินรับบทอึ้งย้งประกบคู่กับจางจื่อหลิน   โดยส่วนตัวผมคิดว่าจูอินทำได้ดีไม่น้อยและมีความน่ารักเป็นธรรมชาติในบทของอึ้งย้ง แต่สิ่งที่องเหม่ยหลิงทำไว้นั้น มันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ใครจะเข้ามาลบไปได้ง่ายๆ ซึ่งผมว่าจูอินทำได้ดีไม่น้อยแล้วเมื่อเทียบกับมังหรหยก version อื่นๆ ที่เกลื่อนตลาด
 
จูอิน ในบท อึ้งย้ง
 
ปี 2536  ช่อง 3 เคยนำมังกรหยก 1983 มาฉายทางทีวีอีกครั้งช่วงเย็น ตอนนั้นผมเรียนอยู่ม.5 พยายามกลับบ้านเพื่อดูมังกรหยกให้ได้มากที่สุดและถึงขั้นอัดเทปด้วย  แต่ทำได้ไม่ต่อเนื่องเพราะวัยเด็กยังติดเพื่อนชอบอยู่โรงเรียนจนเย็นย่ำ ยังไม่นับภารกิจเรียนร.ด. อีกด้วย ที่ทำให้อย่างน้อยๆ ต้องมี 1 วันในสัปดาห์ที่อดดู
 
ช่วงนั้นเองเพื่อนผมคนหนึ่งมาบอกว่า เห็นหนังสือมังกรหยกในห้องสมุดโรงเรียน  ด้วยความที่ดูทีวีไม่ปะติดปะต่อเลยคิดว่าลองอ่านหนังสือดีกว่าจะได้รู้เรื่อง ผมเริ่มอ่านเพื่อชดเชยทีวี คือ ตอนก๊วยเจ๋ง-อึ่งย้งต้องขโมยยามาช่วยชีวิตเฮ้งชู่อิก ซึ่งโดนฝ่ามือของเล้งตี่เซียนยิ้นจนบาดเจ็บ  ฉากตอนอึ้งย้งใช้ไหวพริบเอาชัยเหล่ายอดฝีมือในตำหนักอ๋องนั้น อ่านสนุกจนวางไม่ลง
 
จากนั้นผมไม่ได้อ่านเพื่อชดเชยทีวีเสียแล้ว แต่ผมตรงไปหาซื้อหนังสือชุดนั้นเลยทันที และเนื่องจากฉบับที่อ่านจากห้องสมุดเป็นฉบับแปลใหม่โดย คนบ้านเพ ผมจึงซื้อและเริ่มอ่านจากสำนวนแปลนั้น ถือเป็นหนังสือนิยายกำลังภายในเรื่องแรกใน collection ของผม เมื่อหาซื้อได้ครบผมอ่านงมงายชนิดลืมวันลืมคืน จำได้ว่าแม้จะมีการบ้านต้องทำ มีหนังสือเรียนต้องอ่านด้วย แต่ผมติดมังกรหยกชนิดวางไม่ลง เวลาอ่านจึงใช้วิธีต่อเวลา เช่น ตั้งใจจะอ่านมังกรหยกถึงบ่าย 2 ถึงเวลาก็ต่อเวลาตัวเองอีก 1 ชั่วโมง และก็ต่อเรื่อยๆ อีก เพราะวางไม่ลงนั่นเอง 
 
ความสนุกส่วนหนึ่งเพราะผมลืมเนื้อเรื่องไปแล้วนับจากฉายครั้งแรก (2526 ซึ่งตอนนั้น 6 ขวบ จำได้แต่ตัวละคร) และการฉายทีวีครั้งสุดท้าย (2536) ผมก็อ่านแซงทีวีไป  ดังนั้น เรียกได้ว่าผมอ่านแบบไม่รู้เนื้อเรื่องล่วงหน้าเลย การอ่านเรื่องที่เราไม่เคยรู้เนื้อหามาก่อนทำให้เราตกอยู่ในวังวนของเนื้อเรื่องเต็มๆ ไม่รู้ตอนจบ ไม่รู้ปลายทางของตัวละคร ทำให้ยิ่งต้องอ่านอย่างงมงายเพื่อจะได้รู้  …ฉากในศาลเจ้าทวนเหล็กที่อึ้งย้งไขปริศนาการสังหาร 7 ประหลาดกังน้ำบนเกาะดอกท้อ ผมอ่านวางไม่ลงชนิดที่ไม่สนใจเรื่องอื่นใดในโลกแล้ว
 
หลังจากนั้น ผมตามอ่านและเก็บนิยายของกิมย้งตลอด แม้จะเป็นแค่เด็กม.ปลายไม่มีรายได้ แต่ก็ขอเงินแม่เพิ่มบ้าง เก็บจากเงินส่วนตัวบ้าง ผมหมดเงินไปกับหนังสือนิยายจีนอย่างไม่เคยเสียดายแม้แต่น้อย กล่าวเฉพาะมังกรหยกผมซื้อฉบับแปลโดย น.นพรัตน์เพิ่มอีกด้วย เพราะชินกับสำนวนของน.นพรัตน์มากที่สุด
 
กาลเวลาล่วงเลยมาจน UBC นำมังกรหยก 1983 มาฉายทางเคเบิล ผมจำปีที่แน่นอนไม่ได้ แต่คิดว่าเป็นช่วงปี 2543 หรือ 2544  ผมตั้งใจอย่างมากเพื่ออัดวีดีโอเก็บไว้ ต้องกลับบ้านให้ทันเวลาและรออัดๆๆๆ จนครบ 60 ตอน ใช้เวลาหลายเดือนครับ แต่สำเร็จจนได้ ตอนนั้นภูมิใจมากที่มีมังกรหยก 1983 ซึ่งถือว่าคลาสสิกที่สุดเป็นของตนเองแล้ว
 
แต่ภูมิใจอยู่ไม่นาน บริษัท CVD ได้ลิขสิทธิ์ ปั๊มมังกรหยกออกมาขายเป็น VCD box set  ซึ่งตอนออกมาใหม่ๆ นั้นแพงมากเหลือเกินจนไม่กล้าซื้อ  แต่ปัจจุบันมีการ copy เถื่อนขายทั่วไป ทั้งที่เป็น VCD และ DVD ทั้งตามเว็บไซต์และหาซื้อง่ายตามแหล่งต่างๆ ชนิดที่ใครก็ครอบครองได้  ….เทคโนโลยีมันดีอย่างนี้นี่เอง
 
แต่เทคโนโลยีที่ผมไปไม่ถึงก็ยังมี อย่างเกม online มังกรหยกซึ่งชาตินี้ยังไงๆ คงเข้าไม่ถึงแน่ๆ
 
 …..
 
ในโอกาสครบรอบ 25 ปี มังกรหยก 1983 ผมกลับมาทบทวนตัวเองถึงอิทธิพลของมังกรหยกที่มีต่อชีวิตตัวเอง ผมกลายเป็นคนชอบภาพยนตร์จีนอย่างมาก ที่บ้านรู้ว่าผมเป็นเด็กที่ติดหนังจีนเอามากๆ  ลามไปถึงการอ่านนิยายจีนและเก็บหนังแผ่น   การพูด-อ่าน-เขียน และแลกเปลี่ยนความคิดของผมมีร่องรอยของนิยายจีนกำลังภายในปรากฎอยู่เสมอ คุยกับคนรู้เรื่องก็เพราะหนังจีน (ซึ่งทำให้เจอมิตรมากมาย) หรือคุยกับคนไม่รู้เรื่องก็เพราะหนังจีนอีกเช่นกัน (เพราะอ้างอิงในสิ่งที่เก่าจนคนอื่นไม่รู้เรื่อง)  นอกจากนั้นยังมีเรื่องรสนิยม เพราะผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่ดูหนังเกาหลี อาจเพราะใจไม่เปิดรับ แต่จนบัดนี้ยังไม่เคยดูหนังเกาหลีสักเรื่อง แม้เพื่อนๆ จะอินกับหนังเกาหลีกันมาหลายปีแล้วผมก็ยังคงรักษาพรหมจรรย์ในเรื่องนี้อยู่
 
และมิใช่เพียง loyalty ในประเด็นก่อน อีกเรื่องคือ loyalty ในตัวดารา เพราะหลังยุคทองของ TVB แล้วอดรู้สึกไม่ได้ว่าดารา TVB สวยน้อยลง  แต่ยามกลับมาดูภาพยนตร์เรื่องเก่าๆ ทุกครั้งยังคงรู้สึกว่า องเหม่ยหลิงนั้นสวยจริงๆ หลีเหม่ยเสียนก็สวยจริงๆ …แทบไม่ต้องเทียบกับดาราเกาหลีซึ่งผมว่าห่างไกลไม่เห็นฝุ่น
 
มังกรหยกฉบับคลาสสิกมีอายุ 25 ปีแล้ว โดยส่วนตัวแล้วภาพยนตร์เรื่องนี้ส่งอิทธิผลต่อตัวผมอย่างมหาศาล จนผมเชื่อเสมอว่าความอมตะของมังกรหยกจะยังคงอยู่ตลอดไปทั้งในโลกหนังสือและภาพยนตร์

Advertisements
ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s