แมลงสาป : หนทางสู่อำนาจและการทดแทนคุณ

 
ผมแบ่งเนื้อหาของข้อเขียนนี้เป็น 3 ส่วน  2 ส่วนแรกเป็นการเปรียบเทียบให้เห็นความขัดแย้งกับกระบวนการขึ้นสู่อำนาจที่บังเอิญเหลือเกินไปสอดคล้องกับหนังที่ผมชื่นชอบ   ส่วนที่สามเป็นการคาดการณ์การทำงานของ พรรคแมลงสาป แห่งประเทศสารขันฑ์ ซึ่งจะออกมาในแนวทางตอบแทนบุญคุณผู้มีอุปการะคุณที่ช่วยกันหามเสลี่ยงให้ หล่อใหญ่ เข้าสู่บ้านนรสิงห์
 
1. จักรวาลของ Star Trek
 
จักรวาลของ Star Trek ประกอบไปด้วย political power ต่างๆ อยู่ร่วมกัน  กลุ่มพลังหลักๆ คือ Federation, Klingon Empire, Romulan Star Empire, และ Cadassian Union
 
ว่ากันเฉพาะส่วนที่ชื่อว่าพวก Cadassian ซึ่งมีขุมกำลังพอสมควรในจักรวาลนี้ มีอาณานิคมของตนเอง มีหน่วยข่าวกรองที่เหี้ยมที่สุดในจักรวาล นามว่า Odsidian Order ปกครองแบบรัฐทหาร ผ่านศูนย์อำนาจ คือ Central Command จัดเป็นรูปแบบทหารนำพลเรือน 
 
แต่วันดีคืนดี ความเปลี่ยนแปลงก็เกิดกับพวก Cadassain  เริ่มจากทหารอ่อนกำลังลง กลายเป็นรัฐที่มีรัฐบาลพลเรือน เปลี่ยนเป็นพลเรือนนำทหาร  จากนั้นต้องยอมปลดปล่อยดาวอาณานิคมชื่อ Bajor ให้เป็นอิสระ   หน่วยงาน Obsidian Order ที่เคยเกรียงไกรก็ล่มสลายเพราะโดนหลอกให้ไปรบจนติดกับดักและสูญเสียกองกำลังทั้งหมดไป  ทั้งยังถูกพวก Klingon นำทัพโจมตีถึงดาว Cadassia Prime อันเป็นเมืองหลวงจนป่นปี้
 
สำหรับชาว Cadassian บางคน (โดยเฉพาะทหาร) ถือว่าเป็นการสูญเสียเกียรติยิ่งนัก รัฐบาลพลเรือนไม่เอาไหน เสียทั้งอาณานิคม เสียกองกำลังอันยิ่งใหญ่ แถมโดนพวก Klingon มาเหยียบจมูก    วันดีคืนดีอีกนั่นเอง ทหารนายหนึ่งนามว่า Gal Dukat แกต้องการแก้ (สิ่งที่แกมองว่าเป็น) ปัญหา  แกก็ไปจับมือกับอีก political power หนึ่งนามว่า Dominion Alliance
 
Dominion Alliance นี้เรียกภาษาไทยว่า พันธมิตรโดมิเนียน  แต่จักรวาลรู้กันทั่วว่าพวก Dominion นี้ถนัดในทางอันธพาล คือ ข่มขู่ อยากให้ใครค้าขายกับตนก็ใช้การขู่แทนที่จะคุยกับเขาดีๆ หรือมากไปกว่านั้นคือชอบใช้กำลังเข้ายึดเอาเลย เพราะถือดีว่ามีการ์ดและมือตบในสังกัด….เอ้ย! มีกองกำลังในสังกัด นามว่าพวก Jem’Hadar ที่เป็นเผ่านักรบที่บ้าเลือดสุดๆ อยู่ใต้บังคับบัญชา พวกนี้เลยเคยชินกับการยึดสถานที่ราชการ…เอ้ย! ยึดดาวดวงอื่นไว้ใต้ปกครอง   ในจักรวาลเริ่มจะไม่เรียกพันธมิตรโดมิเนียนว่า "พันธมิตร" แต่กลับหันไปเรียกว่า "พาล-ธมิตร" แทน จากพฤติกรรมที่พาลใครต่อใครไปทั่ว
 
Gul Dukat และพวก old soldier จำนวนหนึ่งเลือกจับมือกับ พาล-ธมิตร Dominion เพราะเห็นว่าพวกนี้หัวรุนแรงดี เหมือนทัพของ Alexander มหาราช คือ ไปถึงไหนปราบได้ที่นั่น  Gul Dukat ประกาศต่อชาว Cadassian ว่า จงเชื่อเขา เขาจะพาอดีตอันรุ่งโรจน์กลับมาสู่ชาว Cadassian โดยมีพวก Dominion นี่แหละเป็นสหายร่วมรบ บุกเบิกความยิ่งใหญ่ด้วยกัน…..และที่ขาดไม่ได้ แน่นอนครับ เมื่อพวก old soldier ยึดอำนาจพร้อมประกาศจะนำพาอาณาจักรไปสู่ความรุ่งโรจน์ รัฐบาลพลเรือนเดิมของ Cadassian ก็ตกกระป๋องทันที รัฐกลับคืนสู่สภาพรัฐทหาร และกระหายสงครามตามเดิม
 
หลังจากนั้น  Cadassian Union กับ Dominion Alliance ก็เปิดสงครามครั้งสุดท้าย (แต่หลายสมรภูมิ) ชนิด "ตายเป็นตาย เจ๊งเป็นเจ๊ง"  เปิดศึกกับกลุ่มพลังอื่นๆ คือ Federation, Klingon Empire, และพวก Romulan    ฝ่ายก่อสงครามขยันประกาศชัยชนะมากๆ ยึดจุดยุทธศาสตร์ Deep Space 9 ก็ประกาศ  โจมตีดาว Betazed ได้ก็ประกาศ  โจมตีศูนย์บัญชาการของพวก Federation ซึ่งตั้งอยู่ที่ San Fransisco ได้ก็ประกาศ พวก Dominion ถือว่า การประกาศชัยชนะเป็นสิ่งต้องทำ ต่อให้บี้มดได้หนึ่งตัว ก็ต้องประกาศให้ยิ่งใหญ่ไว้ก่อน
 
….แต่จุดจบของความร่วมมือนี้เป็นอย่างไร
 
แม้ทีแรกจะทำท่าไปกันด้วยดี แต่ Gul Dukat และชาว Cadassian เริ่มรู้สึกว่า พาล-ธมิตร Dominion นี่มันเอาเปรียบจัง คือ ถือตัวว่ามีการ์ด/มือตบ/นักรบเมืองคอน …เอ้ย! มีทหาร Jem’Hadar  เวลาอยากให้ Cadassian ทำอะไรก็อาศัยเรื่องนั้นมาบีบ  เวลารบก็ให้ Cadassian ตายก่อน  ได้ผลประโยชน์มาก็แบ่งไม่เท่าเทียม แถมชอบใช้คำหยาบคายดุด่าพวก Cadassian ว่าโง่เอย ทำงานไม่สำเร็จถ้าไม่ได้ Dominion ช่วยเอย ฯลฯ   Cadassian เริ่มรู้สึกว่าพวกตนเป็นแค่พลเมืองชั้นสอง โดนเขาใช้ต่างวัวต่างควาย
 
แต่พวก Dominion ใช่จะไม่รู้ว่า พวก Cadassian เริ่มจะกระด้างกระเดื่อง  พวก Dominion จึงเริ่มโฆษณาเรื่อง "ความจงรักภักดี" คือ จะต้องจงรักภักดีกับพันธมิตร Dominion อย่างไม่กังขา สละชีวิตให้ได้ ห้ามตั้งคำถาม ใครตั้งคำถามนอกเหนือจากอุดมการณ์แบบ Dominion ถือว่าไปรับแนวคิดของศัตรู โทษของการไม่ภักดีนั้นเอากันถึงชีวิต  เพื่อเขียนเสือให้วัวกลัว Dominion เคยสั่งฆ่าพวก Cadassian ล้างเมือง (ไม่ใช่ล้างพรรคนะครับ) มากกว่า 1 ครั้ง เพราะเมืองนั้นให้ที่พักกับพวกขบถ ชาวเมืองคนเดียวทำผิด ต้องยุบทั้งพรรค….เอ้ย! สังหารทั้งเมือง  
 
ท้ายที่สุด เมื่อกดขี่กันมากพวก Cadassian ก็เลิกหันปืนเข้าหาศัตรู หากแต่หันปืนกลับเข้าหาพวก Dominion ที่เคยยืนอยู่ฝั่งเดียวกันนั่นแหละ และเปิดฉากการรบเพื่อปลดปล่อย Cadassian Union ออกจากอิทธิพลการแทรกแซงของ Dominion Alliance  ฝ่าย Dominion ก็ไม่น้อยหน้ากัน สั่งฆ่าพวก Cadassian ไม่เว้นหน้าแม้แต่พลเรือนไร้อาวุธ จนชาว Cadassian ตายไปว่าแปดร้อยล้านคน และกลายเป็นอาณาจักรที่อ่อนแอที่สุดในจักรวาล
 
2. ประเทศสารขัณฑ์
 
(หากอ่าน part 1 แล้วงุนงงกับการเมืองและความขัดแย้งในจักรวาลของ Star Trek  ผมจะทดลองใช้ text ชุดเดียวกันมาสวมเข้ากับเหตุการณ์ในประเทศสารขัณฑ์แทน ซึ่งอาจจะเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น)
 
ประเทศสารขันฑ์ประกอบไปด้วย political power ต่างๆ อยู่ร่วมกัน  กลุ่มพลังหลักๆ คือ พลังประชาธิปไตย, ชนเผ่าการเมือง, ฝ่ายซ้าย, ฝ่ายขวา, ไพร่, และ ฝ่ายพลังเขียว (ที่จริงฝ่ายหลังนี่ประกอบด้วย "กรมท่า-กากี-ขี้ม้า" แต่ด้วยปัจจัยทางประวัติศาสตร์ เขียวขี้ม้าโดดเด่นสุด คนเลยเรียกรวมๆ ว่า พลังเขียว)
 
ว่ากันเฉพาะส่วนที่ชื่อว่าพวก พลังเขียว ซึ่งมีขุมกำลังพอสมควรในประเทศนี้ มีแดนสนธยาของตนเอง (เขต….ห้ามเข้า) มีหน่วย bluff ที่เหี้ยมที่สุดในประเทศ นามว่า กอ-ระ-มน  ปกครองแบบรัฐทหาร ผ่านศูนย์อำนาจ คือ บก. จัดเป็นรูปแบบทหารนำพลเรือน 
 
แต่วันดีคืนดี ความเปลี่ยนแปลงก็เกิดกับพวก พลังเขียว  เริ่มจากพลังเขียวอ่อนกำลังลง กลายเป็นรัฐที่มีรัฐบาลพลเรือน เปลี่ยนเป็นพลเรือนนำทหาร  จากนั้นต้องยอมปลดปล่อยเขตอิทธิพลเก่าชื่อ สภา ให้เป็นอิสระ   หน่วยงาน กอ-ระ-มน ที่เคยเกรียงไกรก็ล่มสลายเพราะแปรกองกำลังทั้งหมดไปรับใช้ชนเผ่าการเมือง  ทั้งยังถูกพวก ชนเผ่าการเมือง นำทัพโจมตีถึงสิ่งที่เรียกกันว่า "โผ" อันเป็นเหมือนหัวใจของฝ่ายพลังเขียวจนป่นปี้
 
สำหรับชาว พลังเขียว บางคน (โดยเฉพาะพวกศรัทธา Fascism) ถือว่าเป็นการสูญเสียเกียรติยิ่งนัก รัฐบาลพลเรือนไม่เอาไหน เสียทั้งการคุมสภา เสียกองกำลังอันยิ่งใหญ่ แถมโดนพวกชนเผ่าการเมือง มาเหยียบจมูก (แทรกแซงโผ)    วันดีคืนดีอีกนั่นเอง ทหารนายหนึ่งนามว่า บัง พลังเขียว แกต้องการแก้ (สิ่งที่แกมองว่าเป็น) ปัญหา  แกก็ไปจับมือกับอีก political power หนึ่งนามว่า แป๊ด
 
แป๊ด นี้แปลไทยเป็นไทยอีกทีได้ว่า พันธะ-มิตร (แปลอีกทอดว่า มิตรที่เป็นพันธะถ่วงรั้งกันและกัน)  แต่ประเทศสารขัณฑ์รู้กันทั่วว่าพวก แป๊ด นี้ถนัดในทางอันธพาล คือ ข่มขู่ อยากให้ใครค้าขายกับตนก็ใช้การขู่แทนที่จะคุยกับเขาดีๆ หรือมากไปกว่านั้นคือชอบใช้กำลังเข้ายึดเอาเลย เพราะถือดีว่ามีพวก Jem’Hadar ในสังกัด….เอ้ย! มีกองกำลังในสังกัด นามว่าพวก การ์ด/ มือตบ/ นักรบเมืองคอน ที่เป็นเผ่านักรบที่บ้าเลือดสุดๆ อยู่ใต้บังคับบัญชา (หมายเหตุไว้ว่า พวกนี้โง่สุดๆ ด้วย ประเภท ตายในรถขนระเบิดของฝ่ายตนเอง จนคนเขารู้ว่าครอบครองอาวุธไว้โดยมิชอบ) พวกนี้เลยเคยชินกับการยึดดาวดวงอื่น…เอ้ย! สถานที่ราชการไว้ใต้ปกครอง (อย่างไม่สนใจความเดือดร้อนของชาวบ้าน)  ในประเทศสารขัณฑ์เริ่มจะไม่เรียก แป๊ด ว่า "พันธะ-มิตร" แต่กลับหันไปเรียกว่า "พาล-ธมิตร" แทน จากพฤติกรรมที่พาลใครต่อใครไปทั่ว
 
บัง พลังเขียว และพวก old soldier จำนวนหนึ่ง (เช่น ขันทีหัวขาว, ยุทธ ยายเที่ยง, สะ-คลั่ง) เลือกจับมือกับ พาล-ธมิตร แป๊ด เพราะเห็นว่าพวกนี้หัวรุนแรงดี เหมือนทัพของ Alexander มหาราช คือ ไปถึงไหนปราบได้ที่นั่น  บัง พลังเขียว ประกาศต่อชาวสารขัณฑ์ว่า จงเชื่อเขา เขาจะพาอดีตอันรุ่งโรจน์กลับมาสู่ชาวสารขัณฑ์ โดยมีพวก แป๊ด นี่แหละเป็นสหายร่วมรบ บุกเบิกความยิ่งใหญ่ด้วยกัน…..และที่ขาดไม่ได้ แน่นอนครับ เมื่อพวก old soldier ยึดอำนาจพร้อมประกาศจะนำพาอาณาจักรไปสู่ความรุ่งโรจน์ รัฐบาลพลเรือนเดิมของประเทศสารขัณฑ์ก็ตกกระป๋องทันที (พ่วงข้อหานองเลือด ฉ้อราษฏร์ และหมิ่นฯ) รัฐกลับคืนสู่สภาพรัฐทหาร และกระหายสงครามตามเดิม (แต่เป็นสงครามเพื่อกดอำนาจไพร่และชนเผ่าการเมือง..ที่ดึงเอาสารพัดฝ่ายมาร่วมรบ ทั้งสมัครใจ เช่น เผ่าเลือดน้ำเงิน ชนเผ่าเปา พวกฐานันดรที่สี่ และไม่สมัครใจอย่างพวกตระกูลสองไม่เอา ฯลฯ)
 
หลังจากนั้น  ฝ่ายพลังเขียว กับ แป๊ด ก็เปิดสงครามครั้งสุดท้าย (แต่หลายสมรภูมิ) ชนิด "ตายเป็นตาย เจ๊งเป็นเจ๊ง"  เปิดศึกกับกลุ่มพลังอื่นๆ คือ พลังประชาธิปไตย, ชนเผ่าการเมือง, และพวกไพร่    ฝ่ายก่อสงครามขยันประกาศชัยชนะมากๆ ยึดจุดยุทธศาสตร์มัฆวานได้ก็ประกาศ  ออกเทียบเชิญบัง พลังเขียว ให้ยึดอำนาจได้ก็ประกาศ  โจมตีศูนย์บัญชาการของพวก ชนเผ่าการเมือง ซึ่งตั้งอยู่ที่ บ้านนรสิงห์ ได้ก็ประกาศ…..พวก แป๊ด ถือว่า การประกาศชัยชนะเป็นสิ่งต้องทำ ต่อให้บี้มดได้หนึ่งตัว ก็ต้องประกาศให้ยิ่งใหญ่ไว้ก่อน (กลัวคนไม่มา)
 
….แต่จุดจบของความร่วมมือนี้เป็นอย่างไร
 
การนำ text จาก part 1  มาสวมทำได้เท่านี้ เพราะสถานการณ์ของประเทศสารขัณฑ์ยังไม่มีบทสรุป
 
3. พรรคแมลงสาป กับบุญคุณที่ต้องทดแทน
 
ด้วยเหตุดังที่เอ่ยมา แม้สงครามในสารขัณฑ์จะมีคู่ขัดแย้งหลัก ด้านหนึ่งคือ พลังเขียว (กรมท่า-กากี-ขี้ม้า) กับแป๊ด และ อีกด้านหนึ่งคือ ชนเผ่าการเมืองกับไพร่   แต่นับวันมันยิ่งยุ่งเหยิงเมื่อมือที่มองไม่เห็นได้เผยให้เห็นตัวมากขึ้นๆ  ความนัวเนียครั้งนี้เรียกได้ว่าหนักข้อที่สุดนับตั้งแต่สารขัณฑ์ประกาศตัวเป็นเป็นรัฐสมัยใหม่
 
ดังที่บอกแล้วว่า political power ต่างเข้ามาร่วมความนัวเนียนี้ด้วย ไม่ว่า เผ่าเลือดน้ำเงิน ชนเผ่าเปา พวกฐานันดรที่สี่ หรือแม้แต่ตระกูลสองไม่เอา ที่เอ่ยถึงไปแล้ว  และยังขอเอ่ยถึงตัวแสดงอื่นๆ เพิ่ม อาทิ
ชาวคุ้มปุโรหิต – ในสังกัดขันทีหัวขาว
วิญญูชนจอมปลอม – พวกนี้มีคติว่า ความรุนแรงเกิดจากน้ำมือรัฐเท่านั้น ส่วนฝ่ายตรงข้ามรัฐมีแต่สันติ-innocent
พรรคแมลงสาป – ตั้งชื่อทางการในแนว Democrat แต่นิยมวิธีนอกระบบและให้อำนาจมืดหนุนหลังตน นิยมวิธี Fascism โยนข้อหาหมิ่นฯ ทั่วไปหมด
เม็ดทรายใต้ส้นตีน – พวกนี้มักจะคลั่งคำสอนศาสดาแป๊ด จนสมองหยุดทำงาน ฟังศาสดาลูกเดียว แม้จะมีคนบอกว่าควรแสดงออกด้วยการกลับบ้านก็หูทวนลม
นักรบไซเบอร์ – พวกนี้มีความคิด แต่กล้ามากบ้างน้อยบ้าง เพราะต้องกลัวเกรง "รหัสปราบมาร" สามหลัก คือ 112
 
ถึงตอนนี้ นักวิชาการชื่อดังบอกว่า ที่อำนาจบริหารสารขัณฑ์กำลังจะตกในมือพรรคแมลงสาปนั้น เพราะว่าสามอำนาจมืด คือ พลังเขียว ชนเผ่าเปา และชาวคุ้มปุโรหิต ช่วยสร้างเงื่อนไข (conditions) ให้ชนเผ่าการเมืองอ่อนแอ   พรรคแมลงสาปซึ่งแม้จะเป็นส่วนหนึ่งของชนเผ่าการเมือง แต่มักแสดงความหัวอ่อน-พินอบพิเทาแก่อภิสิทธิ์ชนในสารขัณฑ์ แถมประกาศว่าจะเพิ่มความรุนแรงของรหัสปราบมาร 112 ให้มากขึ้นกว่าปัจจุบันอีก จึงเป็นที่โปรดปรานถูกใจของชนเผ่าเลือดน้ำเงินยิ่งนัก  และไม่แปลกที่สามอำนาจมืดในฐานะบริวารของเผ่าเลือดน้ำเงินจะออกแรงดันพรรคแมลงสาปจนสุดลิ่มทิ่มประตู  ส่วนแป๊ดในฐานะกองกำลังเถื่อนที่ไม่เคยปฏิเสธความเชื่อมโยงกับเผ่าเลือดน้ำเงินและสามอำนาจมืด ย่อมเห็นดีเห็นงานกับพรรคแมลงสาปไปด้วย
 
การเข้าสู่อำนาจของพรรคแมลงสาป แลกมาด้วยความฉิบหายขนาดใหญ่  นั่นหมายความว่า พรรคแมลงสาปจะต้องมาบริหารเพื่อฟื้นฟูความฉิบหายที่ตนเอง พวกแป๊ด และอำนาจมืด ร่วมกันก่อไว้  แต่พรรคแมลงสาปเลือกที่จะร่วมสร้างความฉิบหายกับเขาเพื่อไล่ชนเผ่าการเมืองฝั่งตรงข้าม  เพราะถือคติว่า "ขึ้นสู่อำนาจโดยมีความฉิบหายเป็นบันได…..ดีกว่าไร้บันไดขึ้นสู่อำนาจ" ในเมื่อพรรคตนเป็นฝ่ายแพ้มาติดๆ กันหลายหน หากไม่พึ่งอำนาจมืดคง "อดแ-ก" เรื่อยไป
 
หากครองอำนาจจริงแค่ปัญหาว่างงานก็หืดจับแล้ว  ไหนจะเรื่องเทวาลัยบนยอดเขา ที่ "หล่อใหญ่" เคยแสดงภูมิปัญญาอันตื้นเขินไว้ว่า ศาลยกเฉพาะเทวาลัยให้แต่พื้นดินไม่ได้ยกให้ด้วย (ไม่ทราบว่าพี่อ่านหนังสือไม่แตก หรือ นิยมวิธีการปั้นน้ำเป็นตัวของพวกแป๊ด)  เรื่องเอาพวกแป๊ดมาดำเนินคดีตามคำสั่งชนเผ่าเปา (คือ แป๊ดจะเคารพชนเผ่าเปาเฉพาะคำสั่งที่เป็นโทษแก่ฝ่ายศัตรู…ถ้าตัวเองผิดคำสั่งเปา จะท่องคาถา "อารยะขัดขืน-จงรักภักดี" แทน)  การคงไว้-ยกเลิกโครงการประชานิยมซึ่งก่อนนี้ด่าเขาไว้เยอะ  การแก้ตัวกับต่างชาติว่าตัวเองอาศัยอำนาจมืดและพวกแป๊ดเพื่อขึ้นสู่อำนาจอย่าไม่สง่างามหรือไม่ (ถ้าตอบว่า หล่อใหญ่ผ่านการคัดเลือกโดยสภา ก็เป็นการตอบตาม pattern แบบดีแต่เปลือกเท่านั้นครับ…โปรดดูด้วยว่าสื่อนอกเขาวิเคราะห์เรื่องนี้กันไปถึงไหนแล้ว)  สรุปแล้วปัญหาจะรุมเร้ารัฐบาลหล่อใหญ่ ส่วนหนึ่งเพราะปากไม่ดีจนจะขว้างงูไม่พ้นคอ ซึ่งจะมีให้เห็นต่อๆ ไป
 
ในช่วงเดียวกันนั้นเอง  "หล่อเล็ก" ในสังกัดพรรคแมลงสาปได้หลุดจากตำแหน่งพ่อเมือง พรรคแมลงสาปจึงส่ง หม่อมอา ลงสู้ศึก ซึ่งคงระดมสรรพกำลังและกระแสขึ้นสู่อำนาจของหล่อใหญ่มาช่วยอย่างเต็มที่ (ที่จริงหม่อมอาไม่ใช่ตัวเลือกแรก และหม่อมอาเองคงอยากเป็นเสนาบดีมากกว่าพ่อเมือง) เพราะหวังว่าจะใช้ชัยชนะนี้เป็นอีกความมั่นใจหนึ่งว่า โลโก้แมลงสาปยังขลัง   ทั้งนี้ ต้องไม่ลืมว่าตระกูลของหม่อมอาครอบครองที่ดินจำนวนมากในเขตพระนครชั้นใน โดยเฉพาะย่านที่ทำกินของเจ้าสัวอันเป็นฐานเสียงหลักของพรรคแมลงสาป  โพลล่าสุด (ไม่ทางการ) บอกว่า หม่อมตื้นตัน คนหนุ่มอาจจะมาเป็นที่หนึ่ง บ้างก็ว่าตามหม่อมอาอย่างรดจมูก  ถ้าเป็นจริงพรรคแมลงสาปอาจจะสะท้านเล็กน้อย
 
นอกจากนี้ มีข่าวว่า รัฐบาลหล่อใหญ่ เล็งจะไปเชิญพ่อของ "หล่อจิ๋ว" มาช่วยงานด้วย ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจอะไร เพราะหล่อจิ๋วสังกัดแมลงสาป และพ่อหล่อจิ๋วกับหม่อมอาก็ญาติกันดีๆ นี่เอง คุณตาของพ่อหล่อจิ๋วเป็นปู่ของหม่อมอา  ยายของหล่อจิ๋วเป็นสายหลักแต่แต่งออก พ่อของหม่อมอาเป็นสายรอง แต่สกุลตรง (….งงกันมั้ยครับ) ทั้งหมดแตกสาขาจากเผ่าเลือดน้ำเงินนั่นเอง  
 
ประวัติพรรคแมลงสาปนั้น แม้จะได้ชื่อว่าตั้งขึ้นโดยหนึ่งในผู้ก่อการ แต่ขอให้ทราบว่าเขาตั้งขึ้นมาเพื่อพิฆาตสหายที่เคยร่วมก่อการมาด้วยกัน และเมื่อทำสำเร็จก็ขึ้นสู่อำนาจโดยอาศัยพลังเขียว ….พรรคแมลงสาปมีประวัติการร่วมมือกับพลังเขียวมาตลอด และได้ดิบได้ดีทุกครั้งหลังวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ๆ  ปัจจุบันก็กำลังจะซ้ำรอยเดิม
 
บางคนบอกว่ารัฐบาลหล่อใหญ่จะต้องถูกกดดันเพราะแรงบีบจากพวกแป๊ด  ผมกลับมองว่า พรรคแมลงสาปจะฮั้วกับพวกแป๊ดมากกว่าถูกบีบ เพราะอาการรับลูกมีให้เห็นมาตลอด ชนิดแป๊ดจุดกระแสโจมตีใดๆ ขึ้นมา (หมิ่นฯ เทวาลัย ไม่แก้รธน.) พรรคแมลงสาปขานรับแถมเอาเรื่องเหล่าเข้าในสภาให้เสมอ   
 
ภาพที่เราน่าจะได้เห็นในสารขัณฑ์หลังจากนี้น่าจะเป็นว่า พรรคแมลงสาปบริหารแบบเกียร์ว่างในบางเรื่อง เช่น การแต่งตั้งโยกย้ายพลังเขียว ไม่แตะงบประมาณพลังเขียว (พลังเขียวชอบการทดแทนบุญคุณแบบไม่ต้องมาแทรกแซง) ช่วยคงสถานะอันสูงส่งของชนเผ่าเปา ฯลฯ ขณะเดียวกันก็บริหารแบบ active ในบางเรื่อง เช่น แทรกแซงสื่อเพื่อไม่ให้ชนเผ่าการเมืองฝั่งตรงข้ามออกทีวีได้ง่ายๆ, เจ้ากี้เจ้าการเพิ่มพลังให้รหัสปราบมาร 112 เพื่อแทนคุณเผ่าเลือดน้ำเงิน และอาจเผื่อแผ่ถึงชาวคุ้มปุโรหิตด้วย, ส่งเสริมให้แกนนำแป๊ดมีตำแหน่งหน้าที่ทางการเมืองหรือในรัฐวิสาหกิจ ฯลฯ ทั้งหมดเพื่อตอบแทนบุญคุณทุกฝ่ายที่หามเสลี่ยงให้ตนเข้าสู่อำนาจ  
 
ดีไม่ดี แป๊ด นี่แหละจะว่าราชการหลังม่านแบบพระนางซูสี คือ เป็นผู้กำหนด agenda ที่แท้จริง เพราะยังไม่ทันเปิดสภาแป๊ดก็มีแถลงการณ์ออกมาแล้วว่า รัฐบาลพรรคแมลงสาปจะต้องทำอะไรและห้ามทำอะไรบ้าง  ถึงขั้นนั้นข้อหา "nominee และหุ่นเชิด" ที่แป๊ดเคยรังเกียจนักหนาจะกลับมา เพราะพรรคแมลงสาปมีแนวโน้มจะต้องโดนเชิดจากหลายกลุ่มผลประโยชน์ อย่างน้อยก็เชิดโดยแป๊ด กับ ชาวคุ้มปุโรหิต แน่ๆ เป็นอย่างน้อย   อาจเป็นอีกครั้งที่ยืนยันภาวะสองมาตรฐานในสารขัณฑ์ ประเภท "หุ่นที่กูเชิด ไม่ต้องขับไล่   แต่หุ่นเชิดของใคร กูไม่เอา"
 
แนวโน้มเหล่านี้สรุปได้ว่า บรรดาผู้มีอุปการะคุณ คือ เผ่าเลือดน้ำเงิน สามอำนาจมืด และแป๊ด จะมี autonomy มากขึ้น คงอภิสิทธิ์ต่างๆ และคงการกดขี่ทางชนชั้นไว้ได้ ภายใต้คาถา "คุณธรรม-จริยธรรม-จงรักภักดี" ที่ท่องกันมานมนาน  สารขัณฑ์จะกลายเป็นประเทศที่มีแต่ภาพผิวเผินเปลือกนอกว่าเป็นประเทศเสรีประชาธิปไตย  แต่เอาเข้าจริงไพร่จะโดนกดขี่มากขึ้น อย่างน้อยเสรีภาพในการพูดจะหดหาย
 
ประเด็นที่พึงตระหนักไว้คือ ในขณะที่กระแสโลกเสรีประชาธิปไตยพยายามลดทอนอำนาจฝ่ายที่ตรวจสอบไม่ได้ (เช่น ระบบราชการ สถาบันจารีต ฯลฯ) ให้ถูกกำกับโดยอำนาจการเมืองที่ตรวจสอบได้และมาจากมหาชน (รัฐบาลและรัฐสภา)   ขบวนการถอยหลังในสารขัณฑ์กลับเรียกร้องในสิ่งที่กลับกัน คือ ดันจะให้อำนาจที่ตรวจสอบไม่ได้มีอิสระและบูรณภาพในตนเองยิ่งขึ้น พร้อมทั้งตีกรอบลดทอนอำนาจฝ่ายการเมืองที่ตรวจสอบได้โดยมหาชนแทน   พูดง่ายๆ คือ โลกกำลังชูกระแสการเมืองนำทหาร  พรรคแมลงสาปกลับจะเห็นงามไปกับแนวคิดทหาร (และพลังมืดเบื้องหลัง) นำการเมือง….ซึ่งภารกิจนี้ พรรคแมลงสาปได้แสดงออกแล้วว่า ไม่เคยลังเลที่จะผลักดันกระบวนการถอยหลังสวนกระแสโลกอย่างเต็มที่
 
….ฝ่ายอำนาจนิยม จึงมีคำตอบเดียวมานานแล้วว่า "ต้องพรรคแมลงสาปเท่านั้น !!!!"
 
Advertisements
ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s