เราอยู่ในอารมณ์ร่วมหลัง WW I ?

 
"ถ้าเราจงใจจะทำให้ยุโรปตอนกลางตกต่ำยากจน ข้าพเจ้าเชื่อว่าการแก้แค้นในอนาคตจะรุนแรงหาที่เปรียบไม่ได้"
 
จอห์น เมย์นาร์ด เคนส์
 
(อ้างจาก  ปรีชา ทิวะหุต, วิกฤตการณ์เศรษฐกิจและเล่าเรื่องเศรษฐกิจแบบเคนส์, เชียงใหม่: มิ่งขวัญ, 2542, หน้า 57.)
 
ด้วยมีเหตุต้องบรรยาย-สอนในหัวข้อสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง  ผมจึงได้หวนกลับไปอ่านเอกสารที่เคยใช้เรียนและค้นคว้าเพิ่มเติมเพื่อจัดเตรียมคำบรรยาย
 
ประเด็นที่มีการถกเถียงมากทางประวัติศาสตร์ คือ "War-Guilt" Clause และ Treaty of Versailles  ซึ่งจนถึงยุคนี้ค่อนข้างจะมีความเห็นที่เป็นเอกฉันท์ทางวิชาการแล้วว่า ทั้งสองประเด็นนี้เป็นความผิดพลาดอันนำไปสู่สงครามโลกครั้งที่สอง
 
ในส่วนของความผิดในฐานะผู้ก่อสงคราม (War-Guilt)  นักเรียนประวัติศาสตร์สมัยนี้คงพูดถึงและวิเคราะห์บริบทที่หลากหลาย โดยเฉพาะเรื่องการจับขั้วแบ่งดุลอำนาจของประเทศในยุโรป ก่อน ค.ศ. 1914 มากกว่าจะบอกว่าเป็นผลของการมุ่งสู่สงครามของเยอรมันถ่ายเดียว และเป็นไปไม่ได้ที่จะมองประเทศอื่นๆ innocent ชนิดไม่มีคำว่า "สงคราม" อยู่ในหัวเลย
 
สำหรับสนธิสัญญาแวร์ซายส์นั้น ค่อนข้างเป็นที่ยอมรับอีกเช่นกันว่า จงใจบีบคั้นผู้แพ้อย่างเกินสมควร  แม้ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก (Great Depression) จะมีผลโดยอ้อมต่อการเกิดพรรคนาซีเยอรมัน  แต่ด้วยแรงกดดันจากสนธิสัญญาดังกล่าว ต่อให้เศรษฐกิจไม่ตกต่ำ  เยอรมันก็คงต้องโหยหาผู้ปลดปล่อยอยู่นั่นเอง …ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่บริบทเดียวกับโมเสส
 
หากจะมีบทเรียนจากประวัติศาสตร์ช่วงดังกล่าวบ้าง  ผมเห็นว่าบทเรียนนั้นคือสิ่งที่ยุโรปได้แสดงให้เห็นว่าสังคมมนุษย์ต้องผ่านความเกลียดชังไปให้ได้ และการอาศัยความเกลียดชังเป็นเหตุผลในการบดขยี้ฝ่ายตรงข้ามให้ถึงที่สุดนั้น มีแต่จะต่อยอดความเกลียดชังให้มากขึ้น
 
ฝรั่งเศสรู้สึกเป็นอริกับเยอรมันมาตลอดตั้งแต่เยอรมันเริ่มรวมประเทศ และในสงครามโลกทั้งสองครั้ง ฝรั่งเศสก็เสียหายยับเยินในอันดับต้นๆ (มากกว่าที่ธุรกิจสื่อของลิ้ม เจิม และหยุ่น โดนบีบช่วงทักษิณเป็นนายกแน่นอน)  ดังนั้น ภาพปัจจุบันที่มีการรวมตัวกันเหนียวแน่นใน EU จึงมีความสำคัญมาก เพราะนั่นคือภาพของการก้าวพ้นความเกลียดชังและอยู๋กันด้วยเหตุผล (อย่างน้อยก็ในการแสดงออกหลักๆ)
 
นึกแล้วก็น่าสนใจ ถ้าเทียบความเหนียวแน่นของการรวมตัวในภูมิภาคแล้ว ยุโรปประสบความสำเร็จสุด  แต่ประเทศที่รับอิทธิพลของลัทธิอาณานิคมกลับยังเกลียดกันจนบัดนี้ เช่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้  (ในไทย อิทธิพลของแนวคิดอัตตาณานิคม (Auto-Colonialism) ปลูกฝังการดูถูกเพื่อนบ้านและชนชั้นล่างในสังคมอย่างรุนแรง)
 
ส่วนที่อ้างคำของเคนส์ข้างต้นนั้น ผมได้ไปอ่านพบว่าเคนส์ไม่เห็นด้วยกับการเรียกค่าปฏิกรรมสงครามอย่างสาหัสจากเยอรมัน  แม้เคนส์จะให้เหตุผลทางเศรษฐกิจว่าเงินเฟ้อจะรุนแรงและทำให้เศรษฐกิจนอกประเทศเยอรมันได้รับผลร้ายไปด้วย   แต่จากประโยคข้างต้นผมเชื่อว่า เคนส์ไม่ได้เพียงแต่คิดในแง่เศรษฐกิจเท่านั้น  แต่เขาเห็นว่าความแค้นจะสุมอกและนำไปสู๋การแก้แค้นที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อใครทั้งสิ้น
 
ความคิดของเคนส์ไม่ได้รับการเหลียวแล ฝ่ายผู้ชนะที่ไม่หายแค้นยังคงบีบคั้นให้เยอรมันจนตรอกต่อไป ริบทุกอย่างชนิดจะไม่ให้โงหัวขึ้น   ความเกลียดชังทำให้ไม่มีใครเปิดใจฟัง กลายเป็นพวกใจบอด  เหตุผลที่ใช้ก็เป็นเหตุผลที่ต้องฟังด้วยใจบอดๆ ไปด้วย   ถ้าเอาใจที่เปิดกว้างหรือมีสติไปฟังฝ่ายใจบอด เชื่อเถอะว่าฝ่ายมีสติมันคงเสียสติแทน (อืม….คล้ายๆ กับภาวะเถียงกันไม่สิ้นสุดแถวนี้)
 
บทเรียนอีกข้อที่อาจจะได้จากเคนส์คือ การจะนำเสนอแนวคิดแบบหัวก้าวหน้าหรือที่ liberal มากขึ้นกว่าที่สังคม ณ ขณะนั้นๆ เป็นอยู่  ต้องใช้ความอดทนมากในการนำเสนอ (อ.วรเจตน์ ยังขอหยุดพูดไปพักหนึ่ง) เพราะมันเป็นการเสนอท่ามกลางคนในวงกว้างที่ใจบอดและเปี่ยมด้วยอคติ นี่เป็นเรื่องเหนื่อยล้าจริงๆ (เหนื่อยล้าจนโดยส่วนตัวผมเลือกที่จะบ่นกับตัวเองมากกว่าพยายามสนทนากับสังคมในเรื่องนี้….หลายๆ คนคงเป็นเหมือนกัน)
 
แต่ความจริงก็คือความจริง วันหนึ่งโลกได้รู้ว่าทั้งคำพยากรณ์และทฤษฎีของเคนส์นั้นถูกต้องและควรนำมาใช้ให้เร็วกว่านี้ 
 
กลับมาที่เมืองไทย  ทัศนะที่จะตามมาจากผลการพิพากษาคดียึดทรัพย์คงต้องทยอยอ่านตามสื่อกระแสรอง (อีกตามเคย)   ส่วนเรื่องที่ผมเล่ามาข้างต้นเพราะอยาก contribute บางอย่างจากประวัติศาสตร์บ้าง รวมทั้งให้เคนส์เป็นกำลังใจแก่ชาว liberal ทุกท่าน
 
…ราตรีสวัสดิ์…
 
Advertisements
ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s